Toyota Prius มือสอง: ทางเลือกประหยัดน้ำมันที่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง
Toyota Prius มือสอง ทางเลือกประหยัดน้ำมันที่กลับมาได้รับความนิยม

Toyota Prius มือสอง: ทางเลือกประหยัดน้ำมันที่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง

หลายคนอาจเคยลังเลที่จะซื้อรถยนต์ไฮบริดอย่าง Toyota Prius ในอดีต แต่ในยุคที่ราคาน้ำมันผันผวนและเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้ากำลังมาแรง Prius รุ่นมือสองกลับกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มองหารถประหยัดน้ำมันในงบประมาณจำกัด

จากรถที่ถูกมองข้ามสู่ทางเลือกที่โดดเด่น

ย้อนกลับไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ผู้เขียนเคยสนใจ Toyota Prius เจเนอเรชันที่ 3 (ปี 2010-2015) แต่ตัดสินใจไม่ซื้อเนื่องจากภาระการดูแลรถเก่าหลายคันและลักษณะงานที่เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและรัฐบาลมีมาตรการตรึงราคาเบนซินเพื่ออุ้มดีเซล ทำให้ต้องกลับมาคิดทบทวนอีกครั้ง

ในปัจจุบัน รถยนต์ไฟฟ้า (EV) อาจดูเหมือนทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแรงและความเงียบ แต่สำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัดหรือต้องวิ่งทางไกลบ่อยๆ รถไฮบริดมือสองอย่าง Prius ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ Honda City e:HEV อาจเป็นรถไฮบริดใหม่ที่ถูกที่สุดในตลาดด้วยราคาแปดแสนกว่าบาท แต่ Prius มือสองกลับมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าและมีแนวโน้มราคาไม่ลดลงในช่วงสองปีที่ผ่านมา

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เปลี่ยนมุมมอง: จากนักซิ่งสู่ผู้ชื่นชอบความประหยัด

ที่น่าสนใจคือ กลุ่มผู้ขับขี่ Prius ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่รักสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่รวมถึงผู้มีความรู้ด้านรถยนต์ สื่อมวลชน อาจารย์สอนขับรถแข่ง และแม้แต่นักซิ่งที่เคยมองข้ามรถรุ่นนี้ในอดีต จากที่เคยคุยกันเรื่องความเร็ว 0-100 กม./ชม. ในอดีต ปัจจุบันกลับหันมาพูดถึงอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันแทน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

จากการทดสอบขับ Prius รุ่น Top Grade ปี 2011 ที่ผ่านการใช้งานหนักมานานกว่า 9 ปี พบว่ายังคงให้ประสบการณ์การขับขี่ที่น่าพึงพอใจ แม้จะมีสภาพภายนอกที่ผ่านศึกมา แต่ช่วงล่างที่ยังคงสภาพดีและยางแก้มหนา 195/65 ทำให้การขับบนถนนขรุขระสบายกว่าการขับ Toyota Altis รุ่นใหม่เสียอีก

ประสิทธิภาพที่ยังคงน่าประทับใจ

ในแง่ของอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน Prius ยังทำได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ โดยสามารถวิ่งได้ 15-18 กม./ลิตร แบบสบายๆ ไม่ต้องเน้นการประหยัดสุดขีด แม้แบตเตอรี่จะมีอายุ 9 ปี แต่ยังสามารถวิ่งในโหมด EV ได้ไกลถึง 1.8 กม. ด้วยความเร็วไม่เกิน 47 กม./ชม.

สำหรับกำลังเครื่องยนต์ Prius ใช้ระบบ Atkinson Cycle 99 แรงม้า ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 82 แรงม้า ให้กำลังขับรวมสูงสุด 136 แรงม้า แม้จะไม่แรงมาก แต่เพียงพอสำหรับการแซง Honda Civic 1.8 ลิตรได้สบายๆ และเหมาะสำหรับการขับทางไกลมากกว่ารถอีโคคาร์ 1.2 ลิตรทั่วไป

ดีไซน์และเทคโนโลยีที่ยังทันสมัย

Prius ถูกออกแบบมาเพื่อประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุดด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศเพียง 0.25 ซึ่งต่ำมากในยุคนั้น แม้แต่ล้ออัลลอยยังถูกออกแบบให้เบาเพียง 7 กิโลกรัม (ไม่รวมยาง) เพื่อลดการสิ้นเปลืองพลังงาน

ในด้านอุปกรณ์มาตรฐาน Prius รุ่นพื้นฐานยังมาพร้อมกับถุงลมนิรภัย 7 ใบ ระบบ VSC เบรก ABS ครูสคอนโทรล ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ แอร์ออโต้ ปุ่มสตาร์ต/สมาร์ทคีย์ และจอ Head Up Display ส่วนรุ่น Top Option จะเพิ่มเบาะไฟฟ้าด้านคนขับ หลังคา Solar มูนรูฟสไลด์เปิดได้ ระบบเปิดแอร์ล่วงหน้าจากรีโมต และจอกลาง 7 นิ้วพร้อมกล้องถอยหลัง

ราคาและความคุ้มค่าในตลาดมือสอง

เมื่อเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเดือนพฤศจิกายน 2010 Prius ถูกวางตำแหน่งระหว่าง Corolla Altis กับ Camry ด้วยราคาเริ่มต้นประมาณ 1.2 ล้านบาท แต่ยอดขายกลับไม่เป็นไปตามเป้า จนเมื่อเลิกผลิตในกันยายน 2015 มีรถขายได้เพียงประมาณ 18,000 คันเท่านั้น

ปัจจุบัน Prius มือสองมีราคาอยู่ที่ 3-4.5 แสนบาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับอุปกรณ์ที่ได้ ซึ่งเทียบเท่ารถราคาหลักล้านในยุคเดียวกัน การซื้อ Prius ไม่ใช่การซื้อเพื่อประหยัดเงินอย่างเดียว แต่เป็นการซื้อเพื่อได้รถที่ขับแล้วรู้สึกเหมือนรถใหญ่ มีความแน่นหนา และได้ความประหยัดน้ำมันเป็นโบนัสเพิ่มเติม

ความทนทานและค่าบำรุงรักษา

หลังจากผ่านมา 11 ปี Prius ได้พิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่รถที่กินเงินซ่อมบำรุงอย่างที่หลายคนกังวล แบตเตอรี่ไฮบริดบางคันยังมีประสิทธิภาพเหลือมากกว่า 70% หลังจากใช้งานมา 10 ปี แม้อะไหล่บางชิ้นเช่นหม้อแปลงหรือปั๊มเบรกจะมีราคาสูง แต่ด้วยความนิยมในญี่ปุ่น ทำให้มีอะไหล่ให้เลือกพอสมควร

สำหรับผู้ที่สนใจซื้อ Prius มือสอง ควรตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่โดยการชาร์จไฟให้ได้ 80-90% แล้วทดสอบวิ่งในโหมด EV ด้วยความเร็วไม่เกิน 47 กม./ชม. หากวิ่งได้มากกว่า 1.8 กม. แสดงว่าแบตเตอรี่ยังอยู่ในสภาพดี แต่ถ้าวิ่งได้ไม่ถึง 1 กม. แสดงว่าแบตเตอรี่เหลือประสิทธิภาพเพียงครึ่งเดียวแล้ว

โดยสรุป Toyota Prius มือสองยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถประหยัดน้ำมันในงบประมาณจำกัด ด้วยประสบการณ์การขับขี่ที่ยังทัดเทียมรถใหม่หลายรุ่น อุปกรณ์ครบครัน และราคาที่ถูกกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับยุคเปิดตัวแรกๆ