ทดสอบขับ Mitsubishi Xforce HEV ULTIMATE X ไฮบริดจอมประหยัดที่มาพร้อมสมรรถนะครบเครื่อง
ทดสอบ Mitsubishi Xforce HEV ULTIMATE X ไฮบริดจอมประหยัด

Mitsubishi Xforce HEV ULTIMATE X: ไฮบริดครอสโอเวอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย

Mitsubishi Xforce HEV เป็นรถยนต์ไฮบริดครอสโอเวอร์ 5 ที่นั่งที่พัฒนาขึ้นสำหรับตลาดอาเซียนโดยเฉพาะ เน้นความคล่องตัว อุปกรณ์ไฮเทค และประสิทธิภาพการใช้งานในหลากหลายสภาพถนน รุ่นทดสอบนี้คือ ULTIMATE X ราคา 1,089,000 บาท ซึ่งมาพร้อมกับความประหยัดน้ำมันและสมรรถนะที่น่าสนใจ

รูปลักษณ์ภายนอกที่ทันสมัยและโดดเด่น

Xforce มีดีไซน์ที่ดูทันสมัยคล้ายรถอเนกประสงค์จากยุโรป มากกว่าจะเป็นรถญี่ปุ่นทั่วไป กระจังหน้าถูกออกแบบให้กลมกลืนกับกันชนหน้า พร้อมไฟหน้า LED และไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running Light กันชนหน้าเล่นเหลี่ยมมุมเพื่อสร้างมิติความลึก ไฟตัดหมอก LED ติดตั้งที่มุมล่างของกันชนทั้งสองข้าง

ด้านข้างตัวถังเน้นซุ้มล้อด้วยพลาสติกกันกระแทกสีดำ เส้นด้านล่างเชื่อมโยงกับพลาสติกกันกระแทกที่ประตู ล้ออัลลอยลายกงจักรสีดำสลับเงินขนาด 18 นิ้ว ยาง Bridgestone Alenza ขนาด 225/50R18 มิติตัวถังยาว 4,390 มม. กว้าง 1,810 มม. สูง 1,660 มม. ความยาวฐานล้อ 2,650 มม. น้ำหนัก 1,245 กก. ความสูงจากพื้น 183 มม. ทำให้ขับลุยน้ำท่วมขังได้ประมาณ 30 ซม. หรือทางลูกรังได้อย่างสบาย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สีตัวถังมีให้เลือกหลายสี ได้แก่ สีขาวมุก White Diamond สีเงิน Blade Silver Metallic สีเทา Graphite Grey Metallic สีดำ Jet Black Mica สีเหลือง Energetic Yellow และสีแดง Red Metallic สำหรับรุ่นทดสอบ

สมรรถนะและระบบขับเคลื่อนไฮบริด

Xforce HEV ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร รหัส 4A92 พร้อมระบบวาว์ลแปรผัน MIVEC กำลังสูงสุด 107 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 134 นิวตันเมตร คู่กับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 116 แรงม้า แรงบิด 255 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 1.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง เกียร์อัตโนมัติ 2-Speed Transaxale ขับเคลื่อนล้อหน้า Mitsubishi เคลมอัตราสิ้นเปลืองสูงถึง 24.4 กม./ลิตร แต่จากการทดสอบจริงบนถนนทั่วไปได้ประมาณ 17 กม./ลิตร

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ความจุถังเชื้อเพลิง 42 ลิตร คำนวณระยะทางวิ่งสูงสุดทางทฤษฎีได้ 731 กม. แต่ในสภาพจริงอาจเหลือประมาณ 600-640 กม. เนื่องจากปัจจัยเช่นการจราจรติดขัดและพฤติกรรมการขับขี่

โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบและระบบความปลอดภัย

Xforce HEV มีโหมดการขับขี่ถึง 7 รูปแบบ ได้แก่ CHARGE MODE, EV PRIORITY MODE, NORMAL MODE, WET MODE, GRAVEL MODE, TARMAC MODE และ MUD MODE ซึ่งครอบคลุมการใช้งานในสภาพถนนต่างๆ ระบบ Active Yaw Control (AYC) ช่วยควบคุมสมดุลขณะเข้าโค้ง เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่

ระบบความปลอดภัยรวมถึง ABS, EBD, BA, HSA, ASC, ระบบเตือนมุมอับสายตา, ระบบเตือนการชนด้านหน้า, Adaptive Cruise Control, กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง

ห้องโดยสารและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

ภายในห้องโดยสารมีสีดำหรือน้ำตาลให้เลือก วัสดุตกแต่ง White Melange Fabric เบาะนั่งหุ้มหนังแบบลดความร้อน Anti-Temperature Rise เบาะหลังปรับเอนได้ 8 ระดับและแยกอิสระ 60:40 มาตรวัด Full Digital ขนาด 8 นิ้ว หน้าจอกลาง Touchscreen ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย

ระบบเสียง Yamaha Premium Sound พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง ให้เสียงธรรมชาติเหมาะกับเพลงคลาสสิกและแจ๊ส อุปกรณ์อื่นๆ รวมถึงที่ชาร์จไร้สาย ระบบปรับอากาศ Dual Zone ระบบฟอกอากาศ Nanoe X กล่องเก็บของ Cool Box และไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light

สรุปการทดสอบขับ

Xforce HEV ULTIMATE X ให้ความรู้สึกขับขี่ที่เนียนไหล อัตราเร่งใช้ได้ดี โดยเฉพาะในโหมด EV PRIORITY และ TARMAC ช่วงล่างและระบบกันสะเทือนให้สัมผัสที่มั่นคง ทรงตัวได้ดีในโค้ง ระบบ AYC ช่วยเพิ่มความปลอดภัย ราคา 1,089,000 บาท ถือว่าคุ้มค่ากับสมรรถนะและอุปกรณ์ที่ให้มา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถครอสโอเวอร์ไฮบริดที่ประหยัดและใช้งานได้หลากหลาย