MG URBAN รถไฟฟ้ารุ่นใหม่ เตรียมเปิดตัว 17 มิถุนายนนี้
MG URBAN รถไฟฟ้ารุ่นใหม่ เปิดตัว 17 มิถุนายนนี้

เอ็มจี เตรียมเปิดตัว NEW MG URBAN รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุดที่ผลิตในประเทศไทย (CKD) ในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ โดยรถรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ เน้นความสะดวก ง่าย และคล่องตัว โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ใช้งานง่าย พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ลงตัว ดีไซน์สดใส ห้องโดยสารกว้างขวาง และพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ สะท้อนแนวคิด "LIFE EASY" ที่ยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตให้ง่ายขึ้นในทุกวัน

แพลตฟอร์ม SAIC E3 PURE ELECTRIC PLATFORM

NEW MG URBAN พัฒนาขึ้นบน SAIC E3 PURE ELECTRIC PLATFORM ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า โดยใช้โครงสร้างแบบ "CELL-TO-BODY" (CTB) ที่ผสานตัวถังและแบตเตอรี่เข้าด้วยกัน ทำให้รถมีน้ำหนักเบาลงแต่คงความแข็งแกร่ง ลดจุดศูนย์ถ่วง เพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ และเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร

ดีไซน์ภายนอก

ภายใต้แนวคิด "GENDER NEUTRAL TRENDY" ตัวรถมีดีไซน์ที่ทันสมัย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย มิติตัวถัง 4,395 x 1,842 x 1,549 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 2,750 มิลลิเมตร มาพร้อมโลโก้เรืองแสง ไฟหน้า LED พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ ไฟท้าย LED ดีไซน์ Union Jack ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง สปอยเลอร์หลัง และประตูท้ายไฟฟ้าอัตโนมัติ กระจกมองข้างพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว กระจกไฟฟ้า ONE-TOUCH UP-DOWN กระจกแต่งหน้าพร้อมไฟส่องสว่าง ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย 50 วัตต์ (ในรุ่น MAX และ ULTRA) ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ พร้อมช่อง USB TYPE C จำนวน 3 จุด ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมช่องแอร์ตอนหลัง ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว พร้อม AERO WHEEL COVER (รุ่น STANDARD) และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว (รุ่น MAX และ ULTRA) และรองรับระบบ V2L ที่สามารถจ่ายไฟให้อุปกรณ์ไฟฟ้าสูงสุด 3.3 kW ในทุกรุ่นย่อย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ห้องโดยสารอัจฉริยะ

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง โปร่งสบาย มาพร้อมฟังก์ชันอัจฉริยะ ระบบควบคุมด้วยชิป QUALCOMM SNAPDRA GO 8155 (รุ่น ULTRA) หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 7 นิ้ว หน้าจอระบบความบันเทิงแบบสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว (รุ่น STANDARD) หรือ 15.6 นิ้ว (รุ่น MAX และ ULTRA) ระบบไฟ Ambient Light 256 สี (รุ่น MAX และ ULTRA) ระบบเครื่องเสียงลำโพง 4 หรือ 6 จุด พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนังปรับ 4 ทิศทาง เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางทุกรุ่น พร้อมระบบเป่าลม (รุ่น MAX และ ULTRA) เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง พร้อมระบบเป่าลม (รุ่น MAX และ ULTRA) เบาะหุ้มหนังสังเคราะห์ลาย Diamond Cut พับเบาะหลังแบบ 60:40 พร้อมที่วางแขนและที่วางแก้วน้ำ หลังคากระจกพาโนรามิกพร้อมม่านบังแดด ระยะวางขาที่นั่งตอนหลัง 984 มิลลิเมตร พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถสองชั้นจุสูงสุด 480 ลิตร และเมื่อพับเบาะจุได้ถึง 1,266 ลิตร รัศมีวงเลี้ยว 5.2 เมตร และระบบ INTELLIGENT SMART ACCESS

เทคโนโลยีอัจฉริยะ

ระบบ i-SMART PRO (รุ่น ULTRA) และ i-SMART (รุ่น MAX) รองรับฟังก์ชันช่วยจอดอัตโนมัติ สั่งจอดระยะไกล ปลดล็อครถและเปิดเครื่องปรับอากาศผ่านมือถือ ระบบตรวจเช็กอัจฉริยะ ระบบสั่งการอัจฉริยะ ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ และระบบ COOLING SEAT (รุ่น ULTRA) ระบบ ONE PEDAL รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ระบบ AI VOICE COMMAND (ทดลองใช้ฟรี 1 เดือน)

สมรรถนะและแบตเตอรี่

มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ PERMANENT MAGNET SYNCHRONOUS MOTOR รุ่น STANDARD ให้กำลัง 150 แรงม้า (110 กิโลวัตต์) รุ่น MAX และ ULTRA ให้กำลัง 160 แรงม้า (118 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรทุกรุ่น แบตเตอรี่ LITHIUM-IRON PHOSPHATE (LFP) จาก CATL รุ่น STANDARD ความจุ 42.8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 435 กิโลเมตร (NEDC) รุ่น MAX และ ULTRA ความจุ 53.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 530 กิโลเมตร (NEDC) รองรับการชาร์จเร็ว QUICK CHARGE รุ่น STANDARD ชาร์จ 10-80% ใน 28 นาที (สูงสุด 82 kW) รุ่น MAX และ ULTRA ชาร์จ 10-80% ใน 30 นาที (สูงสุด 88 kW) ชาร์จปกติผ่าน MG HOME CHARGER ที่ 6.6 kW

ระบบช่วงล่างและระบบความปลอดภัย

ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ MACPHERSON STRUT ด้านหลังแบบ TORSION BEAM ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบเบรกหน้าแบบ VENTILATED DISC และหลังแบบ DISC โหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ ECO, NORMAL, SPORT, SNOW, CUSTOM ระบบความปลอดภัยระดับ L2 ด้วยระบบ ADVANCED DRIVER ASSISTANCE SYSTEM (ADAS) และระบบ SMART AUTO PARKING SOLUTION ผ่านการรับรองมาตรฐาน Euro NCAP และ ANCAP ระดับ 5 ดาว ประกอบด้วยระบบต่างๆ เช่น ระบบแสดงภาพรอบทิศทาง 3 มิติ ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ ระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน ระบบเบรกมือไฟฟ้า ระบบป้องกันล้อล็อก ระบบควบคุมการทรงตัว ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน ระบบตรวจจับมุมอับสายตา ระบบตรวจสอบลมยาง และระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ พร้อมเซ็นเซอร์ 12 ตำแหน่ง กล้องรอบคัน 6 ตัว และเรดาร์ 3 ตำแหน่ง รวม 21 ตำแหน่ง กล้องมองภาพรอบทิศทาง 3 มิติ (รุ่น MAX และ ULTRA) จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX เข็มขัดนิรภัยแบบดึงรั้งกลับ ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง

รุ่นย่อยและสี

NEW MG URBAN มี 3 รุ่นย่อย ได้แก่ STANDARD, MAX และ ULTRA สีตัวถัง 5 สี ได้แก่ ม่วง (LAVENDER PURPLE), เบจ (MODERN BEIGE), ขาว (ARCTIC WHITE), เทา (ANDES GREY) และดำ (PEARL BLACK) พร้อมตกแต่งภายในโทนสีทูโทน เทา-ดำ