ตัวเลขขาดทุน 8,000 กว่าล้านบาทของแบรนด์เทคโนโลยีอย่าง XPENG เป็นตัวเลขจริงตามรายงานงบการเงินไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2026 ที่ XPENG เพิ่งแถลงไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่าตัวเลขขาดทุนสุทธิ (Net Loss) อยู่ที่ 1,780 ล้านหยวน ซึ่งเมื่อแปลงเป็นเงินบาทแล้ว ตกอยู่ที่ประมาณ 8,700 ล้านบาทพอดี สร้างความสะดุ้งให้ทั้งวงการ เนื่องจากไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว (Q4 2025) บริษัทเพิ่งทำกำไรเป็นบวกได้ครั้งแรก แต่พอเปิดหัวปี 2026 กลับมาดิ่งลงเหวสลับหัวกลับมาขาดทุนซ้ำ แถมยังขาดทุนเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 168%
เบื้องหลังงบการเงิน: มรสุม 3 ลูกที่ถาโถม
ยอดส่งมอบรถร่วงกราวรูดเกือบ 33%
ยอดขายและยอดส่งมอบรถยนต์ของ XPENG ในไตรมาสแรกปีนี้ทำได้แค่ 62,682 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่เคยทำได้ 94,008 คัน คิดเป็นยอดขายรถหายไปถึง 33.3% และถ้าเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้ ยอดรายได้จากการขายรถยนต์อย่างเดียวดิ่งฮวบลงไปถึง 42.3% สาเหตุหลักมาจากดีมานด์และกำลังซื้อในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีนเริ่มชะลอตัวลงในช่วงต้นปี ไม่ใช่แค่ XPENG แต่เจอกันทุกแบรนด์ไม่เว้นแม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง BYD
สงครามราคาในจีนไม่มีทีท่าว่าจะยุติ
สงครามตัดราคา (Price War) ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและ EREV ของจีนยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ ค่ายยักษ์ใหญ่พากันดัมพ์ราคาลงมาสู้เพื่อแย่ง Market Share ทำให้ XPENG โดนบีบทางอ้อมให้ต้องอัดแคมเปญสู้จนรายได้ต่อคันหดหาย ประกอบกับในไตรมาสนี้ ต้นทุนของชิปหน่วยความจำ (Memory Chip) และชิ้นส่วนแบตเตอรี่ปรับตัวสูงขึ้น สวนทางกับรายรับที่หดลง ส่งผลให้ Vehicle Margin หรืออัตรากำไรจากการขายรถยนต์ลดลงมาอยู่ที่ 12.1% จากไตรมาสก่อนที่อยู่ 13.0%
ต้นทุน R&D สายหุ่นยนต์และ Robotaxi ที่ยังไม่ทำเงิน
He Xiaopeng ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออกมายอมรับตรงๆ ว่า ในปี 2026 นี้ บริษัทกำลังทุ่มเทและใช้เงินทุนมหาศาลไปกับการพัฒนาเพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ และรถยนต์ไร้คนขับ (Robotaxi) เป็นจำนวนมาก เม็ดเงินที่ลงไปกับสายเทคโนโลยีใหม่คือการลงทุนเพื่ออนาคตของแบรนด์ที่ยังไม่สามารถสร้างยอดขายกลับคืนมาเป็นตัวเงินในปัจจุบันได้อย่างทันทีทันควัน
สัญญาณบวกที่ซ่อนอยู่
แม้ตัวเลขบรรทัดสุดท้ายจะขาดทุนยับเยินระดับ 8,700 กว่าล้านบาท แต่เมื่อมองดูดีๆ จะพบว่าโครงสร้างของบริษัทไม่ได้แย่ขนาดนั้น Gross Margin รวมยังโตสวย โดยอัตรากำไรขั้นต้นรวมของบริษัทดีดขึ้นมาอยู่ที่ 20.6% ดีขึ้นกว่าปีที่แล้วที่ทำได้ 15.6%
รายได้เสริมจากเทคโนโลยีช่วยพยุง
มีรายได้จากการบริการอื่นๆ พุ่งสูงขึ้นถึง 41.2% เงินก้อนนี้ส่วนใหญ่มาจากการที่ Volkswagen (VW) จ่ายค่าบริการซื้อพิมพ์เขียวและเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนของ XPENG ไปพัฒนารถตัวเอง ซึ่งในจุดนี้แบรนด์ได้กำไรสูงถึง 66.5%
ไตรมาส 2 มีลุ้นฟื้นตัว
ในรายงาน XPENG มั่นใจว่าไตรมาสที่ 2 ยอดส่งมอบจะเด้งกลับขึ้นมาแตะระดับ 100,000 - 106,000 คันได้แน่นอน จากการทยอยส่งมอบรถรุ่นใหม่ๆ และตลาดส่งออกในต่างประเทศรวมถึงประเทศไทยที่รถตู้ XPENG X9 ได้รับความนิยมพอสมควรในตลาดที่มีรถตู้ไฟฟ้าของแบรนด์ร่วมชาติแข่งขันกันอย่างดุเดือด
สรุปง่ายๆ คือ XPENG ในปีนี้ ขายรถได้น้อยลงเพราะตลาดชะลอตัวบวกสงครามราคา แต่แบรนด์มีการควักเงินลงทุนในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ Robotaxi เพิ่มขึ้นไม่ใช่น้อย ทำให้ตัวเลขออกมาแดงเถือกอย่างที่เห็น อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งตื่นตระหนกเพราะแบรนด์นี้สายป่านยาวเหยียด โดยเฉพาะเงินที่ลงไปกับเทคโนโลยีโดรนคน หุ่นยนต์และรถขับอัตโนมัติ ที่จะทยอยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องเร็วๆ นี้ แต่อย่างว่า โลกโซเชียล ข่าวได้กำไรดูไม่น่าตื่นเต้นเท่ากับข่าวขาดทุน หรือคุณว่าไม่จริง



