Hongqi E-HS9 Premium SUV หรูจีน ราคา 3.29-3.69 ล้านบาท เข้าตลาดไทยปี 2026
แบรนด์รถยนต์หรูจากจีนอย่าง Hongqi หรือ "ธงแดง" กำลังเตรียมรุกตลาดไทยอย่างเป็นทางการในปี 2026 ด้วยรุ่นเรือธงอย่าง Hongqi E-HS9 Premium ซึ่งเป็น SUV ไฟฟ้า 100% ระดับ Ultra-Luxury ที่ถูกขนานนามว่าเป็น "Rolls-Royce แห่งตะวันออก" เนื่องจากดีไซน์หรูหราและขนาดตัวถังมหึมา โดยมีราคาคาดการณ์อยู่ที่ประมาณ 3,290,000 – 3,690,000 บาท สำหรับรุ่นพื้นฐาน และอาจสูงถึง 4 ล้านบาทต้นๆ สำหรับรุ่น 4 ที่นั่งแบบ Executive ในตลาดโลก
ประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของ Hongqi
Hongqi ก่อตั้งขึ้นในปี 1958 โดยบริษัท First Automobile Works (FAW) ที่เมืองฉางชุน ประเทศจีน ชื่อ Hongqi ในภาษาจีนแปลว่า "ธงแดง" ซึ่งสื่อถึงจิตวิญญาณและการปฏิวัติของจีน ในยุคแรก รถยนต์ Hongqi ไม่ได้ผลิตเพื่อขายบุคคลทั่วไป แต่สร้างขึ้นเพื่อเป็นรถประจำตำแหน่งของประธานเหมา เจ๋อตง และผู้นำระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์ รวมถึงใช้รับรองแขกบ้านแขกเมืองระดับวีไอพี เช่น ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ในปี 1972
ต่อมาในปี 2018 Hongqi ภายใต้การนำของ FAW Group ได้ปรับกลยุทธ์ใหม่เพื่อก้าวสู่ตลาดโลกและกลุ่มลูกค้าพรีเมียมทั่วไป โดยดึง Giles Taylor อดีตดีไซน์เนอร์จาก Rolls-Royce มาร่วมออกแบบ ทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดูหรูหราแบบร่วมสมัยมากขึ้น
การเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย
ในปี 2026 Hongqi ได้รุกตลาดไทยอย่างเป็นทางการผ่านความร่วมมือครั้งสำคัญ โดยมี บริษัท เมโทร กรุ๊ป (Metro Group) ภายใต้การบริหารของตระกูลบุญวิสุทธิ์ เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย (CBU) แม้ตัวเลขทุนจดทะเบียนเฉพาะของนิติบุคคลใหม่สำหรับ Hongqi จะไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะทั้งหมด แต่การดำเนินงานอยู่ภายใต้เครือ Metro Group ที่มีรากฐานมั่นคงจากการทำดีลเลอร์แบรนด์ชั้นนำ เช่น Toyota, Mitsubishi, Honda และ Zeekr
ไทยถูกเลือกให้เป็นตลาดต้นๆ ในกลุ่ม "พวงมาลัยขวา" ที่ Hongqi เข้ามาทำตลาดอย่างจริงจัง เพื่อใช้เป็นฐานขยายสู่ภูมิภาคอาเซียน โดยแบรนด์เน้นย้ำความมั่นคงด้วยการสร้างโชว์รูม Flagship แห่งแรกและศูนย์บริการมาตรฐานระดับพรีเมียม
รุ่นรถที่ทำตลาดในไทยปี 2026
Hongqi แบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ในไทยออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ Ultra Luxury (เครื่องยนต์สันดาป/ไฮบริด) และ EV (พลังงานไฟฟ้า 100%) ซึ่งรวมถึง:
- Hongqi E-HS9 (เรือธง): Full-size Luxury SUV ไฟฟ้า 100% เป็นรุ่นที่สร้างชื่อเสียงที่สุด
- Hongqi Tiangong 06: รถ SUV ไฟฟ้าขนาดกลางรุ่นใหม่ล่าสุดที่เริ่มเข้ามาวิ่งทดสอบในไทย สำหรับเจาะกลุ่มตลาด Mass Premium
- Hongqi E-QM5: รถซีดานไฟฟ้าทรงล้ำสมัยที่เน้นความสบายของเบาะหลัง มักใช้ในกลุ่ม Limousine ระดับสูง
- Hongqi H9: รถซีดานหรูขนาดใหญ่ ดีไซน์ทูโทนที่เป็นคู่แข่งกับ Mercedes-Benz S-Class หรือ BMW Series 7
- Hongqi H6: สปอร์ตซีดานดีไซน์โฉบเฉี่ยว สำหรับลูกค้ากลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่
รายละเอียดของ Hongqi E-HS9 Premium
มิติตัวถังและรูปลักษณ์: Hongqi E-HS9 Premium มีขนาดตัวรถยาว 5,209 มิลลิเมตร กว้าง 2,010 มิลลิเมตร สูง 1,731 มิลลิเมตร ซึ่งพอๆ กับ BMW X7 หรือ Mercedes-Benz GLS SUV ระยะฐานล้อ 3,110 มิลลิเมตร เพื่อให้พื้นที่เบาะหลังกว้างพิเศษ น้ำหนักตัวรถประมาณ 2,700 กก. ดีไซน์ภายนอกประกอบด้วยกระจังหน้าทรงน้ำตกขนาดใหญ่พร้อมไฟเส้น LED แนวตั้ง มือเปิดประตูแบบซ่อน ประตูระบบดูดไฟฟ้า และไฟท้าย LED แบบลากยาวเชื่อมสองฝั่ง
ระบบขับเคลื่อนและสมรรถนะ: รถคันนี้ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) ให้กำลังสูงสุดประมาณ 551 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.9 วินาที แบตเตอรี่มีให้เลือกหลายขนาด เช่น 99 kWh หรือ 120 kWh ในรุ่น Premium/Flagship ให้ระยะทางวิ่งประมาณ 441 - 515 กิโลเมตร (WLTP) หรือสูงสุด 660 กม. (NEDC)
ช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยว: ช่วงล่างหน้าอิสระ Double Wishbone ช่วงล่างหลังอิสระ Multi-link พร้อมระบบรองรับ Air Suspension ที่ปรับระดับความสูงและความนุ่มนวลอัตโนมัติ รวมถึงระบบ Adaptive Damper ระบบบังคับเลี้ยวเป็นพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า (EPS) ด้วยรัศมีวงเลี้ยว 6.1 เมตร และระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง ขนาดล้อและยางมีให้เลือกตั้งแต่ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว หรือ 22 นิ้ว ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ
เงื่อนไขการรับประกันและสิทธิพิเศษ
Hongqi มักให้ข้อเสนอที่ใจป้ำเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าชาวไทย โดยการรับประกันแบตเตอรี่ครอบคลุม 8 ปี หรือ 160,000 - 200,000 กิโลเมตร โดยรับประกันสุขภาพแบตเตอรี่ไม่ต่ำกว่า 70-80% ส่วนการรับประกันตัวรถให้ 5 - 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับ Free Wallbox Charge และการบำรุงรักษาฟรี (VPSP) ในช่วงเปิดตัว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เพื่อดึงดูดผู้บริโภคในตลาดพรีเมียมของไทย
การเข้ามาของ Hongqi ในตลาดไทยไม่เพียงแต่เพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่ชื่นชอบรถยนต์หรู แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์จีนในการขยายฐานสู่ภูมิภาคอาเซียน โดยใช้ไทยเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสำหรับตลาดพวงมาลัยขวา



