GWM ORA 5 HEV และ EV เปิดสเปกเต็มสูบ รอลุ้นราคาอย่างเป็นทางการในมอเตอร์โชว์ 2026
ในช่วงงาน Motor Show 2026 บริษัท GWM (Thailand) ได้เปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์เจเนอเรชันใหม่อย่าง GWM ORA 5 ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานรถ SUV-B อย่างเต็มตัว โดยเปิดตัวพร้อมกันทั้ง 2 รุ่นพลังงาน ได้แก่ GWM ORA 5 HEV ที่เผยโฉมครั้งแรกของโลก และ GWM ORA 5 EV ที่เปิดตัวต่อจากประเทศจีน สะท้อนกลยุทธ์ Multi-Powertrain ของแบรนด์อย่างชัดเจน
มิติตัวรถที่ออกแบบมาอย่างลงตัว
GWM ORA 5 ทั้งรุ่น HEV และ EV มาพร้อมมิติตัวรถที่ออกแบบมาอย่างลงตัวเพื่อรองรับการใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมีความยาว 4,471 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,833 มิลลิเมตร ความสูง 1,641 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,720 มิลลิเมตร ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารให้กว้างขวางและนั่งสบายมากยิ่งขึ้น พร้อมระยะความสูงใต้ท้องรถ 175 มิลลิเมตร ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่บนหลากหลายสภาพถนน มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งสะดวกสบาย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการความคุ้มค่าในการเดินทางในทุกเส้นทาง
ขุมพลัง GWM ORA 5 HEV: ไฮบริดสมรรถนะสูง
GWM ORA 5 HEV ผสานการทำงานของเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า ที่ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 236 นิวตันเมตร ส่งผลให้กำลังรวมทั้งระบบสูงสุดอยู่ที่ 223 แรงม้า พร้อมแรงบิดรวม 476 นิวตันเมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของรถในเซกเมนต์เดียวกัน มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองได้อย่างฉับไว สามารถทำอัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.7 วินาที
ขณะเดียวกันยังโดดเด่นด้านความประหยัดพลังงาน โดยมีอัตราสิ้นเปลืองตามมาตรฐาน ECO Sticker อยู่ที่ 4.3 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และสามารถเดินทางได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง (ถังน้ำมันเชื้อเพลิงความจุ 55 ลิตร) ช่วยเพิ่มระยะทางการเดินทางต่อการเติมหนึ่งครั้งได้มากยิ่งขึ้น
ขุมพลัง GWM ORA 5 EV: ไฟฟ้า 100% พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย
GWM ORA 5 EV มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้าที่ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองได้อย่างฉับไว สามารถทำอัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.5 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ความจุ 58.3 kWh รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 520 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC)
พร้อมระบบ Vehicle to Load (V2L) กำลังไฟ 6 กิโลวัตต์ ที่สามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้ อีกทั้งยังรองรับการชาร์จไฟแบบ DC สูงสุด 120 กิโลวัตต์ และแบบ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ โดยสามารถชาร์จแบบ DC จาก 30–80% ได้ภายในเวลาเพียง 20 นาที ช่วยเพิ่มความสะดวกและความคล่องตัวในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน
ห้องโดยสารอัจฉริยะและเทคโนโลยีครบครัน
GWM ORA 5 มาพร้อมห้องโดยสารอัจฉริยะที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างลงตัว:
- ติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ Coffee OS 3.0 ที่จะอยู่ในรถยนต์ระดับพรีเมียมของ GWM เท่านั้น โดยจะทำงานร่วมกับชิปประมวลผลรุ่นใหม่ที่ช่วยให้การใช้งานรวดเร็ว ลื่นไหล และตอบสนองได้อย่างฉับไว
- อุปกรณ์ภายนอกผสานความทันสมัยเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว เช่น ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว และหลังคากระจกพาโนรามิกซันรูฟ เฉพาะรุ่น Ultra
- ภายในห้องโดยสารมีพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน เบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง หน้าจอมัลติมีเดียแบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย รวมถึงระบบสั่งการด้วยเสียงที่รองรับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
- ระบบเสียงมีให้เลือกทั้งลำโพง 6 ตำแหน่งในรุ่น Pro และลำโพง Amor 9 ตำแหน่งในรุ่น Ultra พร้อมไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร (เฉพาะรุ่น Ultra)
เทคโนโลยีช่วยขับอัจฉริยะ ADAS และการเชื่อมต่ออัจฉริยะ
GWM ORA 5 ติดตั้งเทคโนโลยีช่วยขับอัจฉริยะ ADAS สูงถึง 18 ระบบ เช่น ระบบติดต่อฉุกเฉิน E-Call ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลม ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบควบคุมการลื่นไถล (TCS) รวมถึงจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็กแบบ ISOFIX
นอกจากนี้ ยังมาพร้อมการเชื่อมต่ออัจฉริยะผ่านแอปพลิเคชัน GWM ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมและตรวจสอบสถานะรถผ่านโทรศัพท์มือถือ เพิ่มความสะดวกสบายในทุกมิติของการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นระบบสั่งการ สตาร์ท–ดับเครื่องยนต์ (เฉพาะรุ่น HEV) ระบบล็อก–ปลดล็อกรถจากระยะไกล ระบบค้นหาตำแหน่งรถ และการสั่งงานอื่น ๆ เช่น เปิด–ปิดประตูท้ายหรือปิดกระจกข้าง (เฉพาะรุ่น Ultra)
ทั้งนี้ GWM ORA 5 รถยนต์เอสยูวีเจเนอเรชันใหม่ที่มาพร้อม 2 ทางเลือกพลังงานทั้ง HEV และ EV พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายในงาน Motor Show 2026 วันที่ 23 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นที่จับตาของผู้บริโภคที่สนใจรถยนต์พลังงานทางเลือกในยุคใหม่



