ครบรอบ 5 ปี GWM ไทย เปิดแผนรุกตลาดใหม่ 7 รุ่น พร้อมขยายเครือข่ายบริการ
GWM ครบ 5 ปีไทย เปิดแผนรุกตลาดใหม่ 7 รุ่น

ครบรอบ 5 ปี GWM ในไทย เปิดแผนรุกตลาดใหม่ 7 รุ่น ขยายบริการและฐานผลิต

เดือนมีนาคม 2569 นี้ เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ GWM (Great Wall Motor) บริษัทยานยนต์สัญชาติจีน ครบรอบ 5 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เริ่มต้นจากวันแรกที่เข้ามาสร้างความฮือฮาด้วยการประกาศตัวเป็น "ผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า" (xEV Leader) ผ่านรถยนต์ Haval และ ORA Good Cat จนถึงปัจจุบัน GWM ได้เปลี่ยนภูมิทัศน์ถนนเมืองไทยไปอย่างมาก โดยเน้นการสร้างบริการหลังการขายที่เหนือกว่าแบรนด์จีนคู่แข่ง ตลาดรถยนต์ที่เปิดกว้างของไทยกลายเป็นฐานที่มั่นสำคัญของเกรทวอลล์

สรุปความสำเร็จใน 5 ปีที่ผ่านมา

ในการเดินทาง 5 ปีที่ผ่านมา GWM ได้สร้างมาตรฐานใหม่ๆ ไว้หลายประการ ดังนี้

  • ความสำเร็จของตระกูล ORA: ORA Good Cat กลายเป็นไอคอนของรถ EV ในไทย และเป็นรุ่นที่จุดกระแสให้คนหันมาใช้รถไฟฟ้าอย่างจริงจัง
  • เทคโนโลยี Hybrid & PHEV: การนำเสนอเครื่องยนต์ Hybrid ในรุ่น HAVAL H6 และ Jolion ที่เน้นความประหยัดและเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบจัดเต็ม
  • การตั้งฐานการผลิตในไทย: โรงงานที่ระยองกลายเป็นฐานการผลิตสำคัญ (Smart Factory) ไม่ใช่แค่ขายในประเทศ แต่ยังส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียนด้วย
  • ระบบนิเวศการชาร์จ: การขยายเครือข่าย G-Charge Station ที่ช่วยลดความกังวลในการเดินทางไกล

แผนงานในปี 2569 และอนาคต

GWM เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อีก 7 รุ่นเข้าตลาดประเทศไทย เริ่มจาก Ora 5 SUV ที่จะมาพร้อมเครื่องยนต์ไฮบริดและพลังงานไฟฟ้า รวมถึงมีแผนที่จะเปิดผลิตภัณฑ์ WEY อีก 1 รุ่นในปีนี้ และเพิ่มอีก 2 รุ่นในปี 2570 นอกจากนี้ จะเดินหน้าขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์สโตร์ให้ครบ 100 แห่งทั่วประเทศ จะมีการสร้าง WEY Exclusive Showroom ตามพื้นที่สำคัญๆ ทั่วประเทศ แยกออกจาก GWM รวมถึงมีแผนที่จะเดินหน้าปลุกตลาดรถฟลีตเพื่อตอบโจทย์รถเชิงพาณิชย์สำหรับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ทิศทางในก้าวต่อไป (The Next Chapter)

จากทิศทางในงาน น่าจะได้เห็นการรุกตลาดที่เข้มข้นขึ้นใน 3 ด้านหลัก

  1. New Models: การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่ครอบคลุมทุก Segment มากขึ้น (อาจรวมถึงรถกระบะไฟฟ้าหรือแบรนด์หรูอย่าง TANK รุ่นใหม่ๆ)
  2. User-Centric Experience: การเน้นการบริการหลังการขายและการฟังเสียงผู้ใช้ผ่านแอปพลิเคชันมากขึ้น
  3. Sustainability: การมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนผ่านนวัตกรรมพลังงานสะอาดที่ไม่ได้จำกัดแค่ในตัวรถ

ในตลาดโลก GWM ลงทุนกับการพัฒนาเครื่องสันดาปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเครื่อง V8 4.0 ทวินเทอร์โบที่จะอยู่ใน SUV ตัวท้อปที่ใกล้คลอดแล้ว และยังมีการยืนยันว่าจะมีเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 3.0 เทอร์โบ ตามออกมา

ข้อควรพิจารณาจากผู้ใช้จริง

แม้ว่า GWM จะมีความโดดเด่นในเรื่องเทคโนโลยีและออปชั่นที่ให้มาแบบ "จัดเต็ม" กว่าคู่แข่งในราคาที่ใกล้เคียงกัน แต่จากการรวบรวมข้อมูลรีวิวจากผู้ใช้จริงและปัญหาที่พบในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีข้อควรพิจารณาดังต่อไปนี้

  • ซอฟต์แวร์และการใช้งาน (Software & Ergonomics): ระบบเมนูซับซ้อน ฟังก์ชันหลายอย่างต้องสั่งการผ่านหน้าจอสัมผัสเกือบทั้งหมด ซึ่งผู้ใช้บางส่วนมองว่าใช้งานยากขณะขับขี่และไม่สะดวกเท่าปุ่มกดแบบกายภาพ หรือใช้ปุ่มแบบเดิมไม่ปรับกระจกมองข้างด้วยการสั่งงานผ่านหน้าจอซอฟต์แวร์ "เอ๋อ" ในบางจังหวะ แม้จะมีการอัปเดตบ่อยครั้ง แต่ผู้ใช้ยังเจอปัญหาระบบอินโฟเทนเมนต์ค้าง หรือเซนเซอร์ความปลอดภัยที่ "ไวเกินไป" จนเบรกฉุกเฉินเองในสถานการณ์ที่ไม่จำเป็น
  • การบริการหลังการขายและอะไหล่ (After-Sales Service): จำนวนศูนย์บริการ แม้จะมีการขยายตัว แต่ในต่างจังหวัดไกลๆ จำนวนศูนย์ยังไม่ครอบคลุมเท่าแบรนด์เจ้าตลาดเดิม การรออะไหล่ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหนักหรือต้องเปลี่ยนอะไหล่เฉพาะทาง ผู้ใช้บางกลุ่มยังสะท้อนว่าต้องรออะไหล่นานกว่าปกติ ซึ่งส่งผลต่อระยะเวลาในการซ่อม
  • สมรรถนะและการขับขี่ (Driving Dynamics): ช่วงล่าง ในรุ่นยอดฮิตอย่าง HAVAL H6 หรือ ORA Good Cat ผู้ใช้บางคนรู้สึกว่าช่วงล่างมีความ "นุ่มย้วย" เกินไปเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง ทำให้ความมั่นใจลดลง (มักต้องไปปรับแต่งโช้คอัพเพิ่มเอง) อัตราสิ้นเปลือง (ในรุ่น Hybrid) สำหรับรุ่น HAVAL H6 หากวิ่งในเมืองที่รถติดหนักๆ อัตราประหยัดน้ำมันอาจไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง Hybrid จากญี่ปุ่นบางค่าย
  • ราคาขายต่อและความเชื่อมั่นระยะยาว (Resale Value): ราคาขายต่อตกค่อนข้างไว เนื่องจากเป็นแบรนด์ใหม่และมีการแข่งขันด้านราคาสูง (Price War) ทำให้ราคาในตลาดมือสองค่อนข้างผันผวนและตกแรงกว่าแบรนด์ญี่ปุ่น

GWM พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่ได้มาแค่ "ชิมลาง" หรือเทแล้วชิ่ง แต่มีความตั้งใจลงหลักปักฐาน สร้างรากฐานที่มั่นคงในไทยจริงๆ แม้การแข่งขันในตลาด EV ปัจจุบันจะดุเดือดขึ้นมาก แต่ความเก๋าในเรื่อง Tech ของเกรทวอลล์ ยังคงเป็นจุดแข็งที่น่ากลัว