Ferrari Amalfi เปิดตัวในไทย ราคา 28.5 ล้านบาท พร้อมเครื่อง V8 640 แรงม้า
Ferrari Amalfi เปิดตัวในไทย ราคา 28.5 ล้านบาท

Ferrari Amalfi เปิดตัวในไทย ราคา 28.5 ล้านบาท พร้อมเครื่อง V8 640 แรงม้า

Ferrari Amalfi รถสปอร์ตคูเป้ 2+ ที่นั่งรุ่นใหม่ ได้เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 28.5 ล้านบาท มาแทนที่รุ่น Roma ที่มีอายุหกปี โดยรถรุ่นนี้ตั้งเป้าดึงดูดลูกค้ากลุ่มเศรษฐีใหม่ที่ยังไม่เคยสัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถสปอร์ตจากแบรนด์อิตาลีชื่อดังนี้มาก่อน

สมรรถนะและเทคโนโลยีล้ำสมัย

Ferrari Amalfi มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V8 3.9 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ให้กำลังสูงสุด 640 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 760 นิวตันเมตร ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรุ่น Roma ประมาณ 20 แรงม้า รถสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.3 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 320 กม./ชม. ระบบเกียร์ที่ใช้คือเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ 8 สปีด ที่ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและนุ่มนวล

การออกแบบของ Amalfi เน้นการผสมผสานระหว่างภาษาการออกแบบยุคใหม่กับความหรูหราแบบ Grand Tourer โดยมีแรงบันดาลใจจากแนวชายฝั่งอมาลฟีในอิตาลี ตัวถังมีความยาวประมาณ 4,720 มิลลิเมตร กว้าง 1,980 มิลลิเมตร และสูง 1,240 มิลลิเมตร เพื่ออากาศพลศาสตร์ที่ดี น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ประมาณ 1,550-1,600 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การจัดวางเครื่องยนต์แบบ Front Mid-Engine

หนึ่งในจุดเด่นของ Ferrari Amalfi คือการจัดวางเครื่องยนต์แบบ Front Mid-Engine ซึ่งเครื่องยนต์ V8 ถูกผลักไปด้านหลังให้อยู่หลังเพลาล้อคู่หน้า การออกแบบนี้ช่วยให้การกระจายน้ำหนักใกล้เคียงกับค่าสมดุล (หน้า 47% หลัง 53%) ส่งผลให้รถมีสมรรถนะการขับขี่ที่ใกล้เคียงกับรถซูเปอร์คาร์เครื่องวางกลาง และให้ความรู้สึกสปอร์ตคลาสสิก

ระบบช่วงล่างใช้โช้คอัพแม่เหล็กไฟฟ้า Magneride รุ่นล่าสุดที่ปรับความหนืดได้ละเอียด พร้อมระบบควบคุมการทรงตัว SSC 6.1 ที่ทำงานร่วมกับระบบเบรกแบบ Brake-by-Wire และ ABS Evo เพื่อการเข้าโค้งและการหยุดรถที่แม่นยำแม้ในสภาวะถนนลื่น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การจัดการความร้อนและวัสดุโครงสร้าง

เนื่องจากเครื่องยนต์วางลึกเข้าไปในตัวถัง Ferrari จึงใช้เทคโนโลยีการจัดการความร้อนแบบ Total Thermal Management ประกอบด้วยระบบดักอากาศแบบ Dynamic ระบบแยกส่วนระบายความร้อน และการจัดการลมใต้ท้องรถ เพื่อป้องกันความร้อนสะสมและรักษาอุณหภูมิให้เหมาะสม

วัสดุโครงสร้างถูกเลือกใช้อย่างพิถีพิถัน เช่น คาร์บอนไฟเบอร์สำหรับฝากระโปรงหน้า และไทเทเนียมสำหรับแผงกั้นความร้อน เพื่อให้รถมีน้ำหนักเบาในขณะที่ทนทานต่อความร้อนสูงจากเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่

ห้องโดยสารและระบบช่วยเหลือผู้ขับ

ภายในห้องโดยสารของ Ferrari Amalfi ออกแบบใหม่หมดด้วยคอนโซลกลางแบบ High-Bridge ที่แยกสัดส่วนระหว่างผู้ขับและผู้โดยสารอย่างชัดเจน หน้าจอแสดงผลสำหรับผู้โดยสารขนาด 8.8 นิ้ว ช่วยให้สามารถเรียกดูข้อมูลสมรรถนะแบบเรียลไทม์และควบคุมระบบต่างๆ ได้

ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ถูกนำมาใช้ใน Amalfi รวมถึง Adaptive Cruise Control, Predictive Emergency Braking, และ Lane Keeping Assist เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการขับขี่

สรุป

Ferrari Amalfi ถือเป็นรถสปอร์ต GT ที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบ Grand Tourer ด้วยสมรรถนะที่ทรงพลัง การออกแบบที่สง่างาม และเทคโนโลยีล้ำสมัย ในราคาที่สมเหตุผลเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Aston Martin Vantage, Mercedes-AMG GT63 และ Porsche 911 Turbo S