ผอ.ศูนย์ยานยนต์ไฟฟ้า ม.อ. แนะนำผู้ใช้ EV เตรียมพร้อมเดินทางช่วงสงกรานต์ เน้นวางแผนสถานีชาร์จและระวังอันตรายจากน้ำ-แป้ง
ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเป็นพิเศษ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ผศ.สาวิตร์ ตันฑนุช ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนายานยนต์ไฟฟ้า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ออกมาให้คำแนะนำสำคัญ โดยเน้นย้ำถึงการวางแผนเส้นทาง การบริหารแบตเตอรี่ และความปลอดภัยขณะชาร์จไฟ
วางแผนเส้นทางและสถานีชาร์จสำรองทุก 50 กิโลเมตร
จากบทเรียนในปีที่ผ่านมา ผู้ใช้ EV มักประสบปัญหาหลักคือการหาสถานีชาร์จไม่ได้และแบตเตอรี่หมดระหว่างทาง ผศ.สาวิตร์แนะนำให้วางแผนเส้นทางล่วงหน้า โดยตรวจสอบสถานีชาร์จตลอดเส้นทาง แม้ว่ารถ EV ส่วนใหญ่จะวิ่งได้ประมาณ 300 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แต่ไม่ควรใช้จนหมด ควรปักหมุดสถานีชาร์จสำรองทุก ๆ 50 กิโลเมตร เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับกรณีฉุกเฉิน เช่น รถติดหรืออุบัติเหตุ
เตรียมแอปพลิเคชันและบริหารแบตเตอรี่อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ ควรเตรียมแอปพลิเคชันและการชำระเงินให้พร้อม เนื่องจากสถานีชาร์จส่วนใหญ่ใช้ระบบวอลเล็ต หากสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่ดีหรือมีเงินไม่พอ อาจทำให้เสียเวลาได้ สำหรับการบริหารแบตเตอรี่ ไม่ควรรอให้ไฟเตือนขึ้นเหมือนรถน้ำมัน และไม่ควรปล่อยให้ระดับแบตเตอรี่ต่ำกว่า 15% เพราะรถบางรุ่นจะเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน ทำให้ความเร็วลดลง หากเป็นไปได้ ให้เลือกจอดในที่ร่มเพื่อรักษาอุณหภูมิแบตเตอรี่
ระวังอันตรายจากน้ำและแป้งขณะชาร์จไฟแรงดันสูง
ในช่วงสงกรานต์ แม้รถ EV จะสามารถป้องกันน้ำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือขณะชาร์จไฟ เนื่องจากตู้ชาร์จมีแรงดันไฟฟ้าสูงถึง 300-400 โวลต์ จึงไม่ควรสาดน้ำใส่รถในขณะชาร์จ แม้จะมีระบบป้องกันไฟรั่วก็ตาม และควรหลีกเลี่ยงไม่ให้แป้งหรือดินสอพองเข้าไปในช่องชาร์จ ห้ามชาร์จขณะที่เปียกชื้นหรือน้ำขัง มือต้องแห้งก่อนเสียบชาร์จ ปิดฝาช่องชาร์จให้สนิท และเลี่ยงการชาร์จกลางแจ้งขณะมีการสาดน้ำ
พกเครื่องชาร์จฉุกเฉินและสังเกตสัญญาณอันตราย
แนะนำให้ผู้เดินทางพกเครื่องชาร์จฉุกเฉินติดรถไว้ แม้จะชาร์จได้ช้า คือประมาณ 1 ชั่วโมง วิ่งได้ 12 ถึง 18 กิโลเมตร แต่สามารถช่วยในกรณีฉุกเฉินได้ โดยต้องหลีกเลี่ยงการใช้ปลั๊กพ่วงทั่วไป ควรใช้สายไฟที่มีขนาดไม่น้อยกว่า 2.5 ตารางมิลลิเมตร ยาวไม่เกิน 10 เมตร และมีสายดินที่ใช้งานได้จริง เพื่อความปลอดภัย สัญญาณอันตรายที่ต้องหยุดชาร์จทันที ได้แก่ ปลั๊กหรือสายไฟร้อนผิดปกติ มีกลิ่นไหม้ หรือมีเสียงผิดปกติ ควรสังเกตในช่วง 30 นาทีแรกของการชาร์จ
รถ EV อาจไม่เหมาะกับทุกคน และแนวทางในวิกฤตพลังงาน
ผศ.สาวิตร์ระบุว่า รถ EV อาจไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางไกลต่อเนื่องเกิน 300 กิโลเมตร ในพื้นที่ที่ไม่มีสถานีชาร์จเพียงพอ แต่รถไฮบริดอาจเป็นอีกทางเลือก ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่อาจลากยาว 5 ถึง 12 เดือน ทำให้พลังงานทางเลือกมีความสำคัญมากขึ้น โดยมองว่า การจัดเทศกาลสงกรานต์ในวิกฤตพลังงานยังสามารถจัดได้ตามปกติเพื่อสืบสานประเพณีไทย แต่ในภาวะวิกฤตพลังงาน อาจรณรงค์ให้ลดระยะเวลาเล่นน้ำจาก 3 ถึง 7 วัน เหลือ 1 ถึง 2 วัน เพื่อใช้พลังงานอย่างเหมาะสม



