ฮอนด้าปรับแผนรถ EV ในอเมริกาเหนือ หันมุ่งตลาดอินเดีย-เอเชีย พร้อมพัฒนาไฮบริดรุ่นใหม่
ฮอนด้าปรับแผนรถ EV อเมริกาเหนือ มุ่งตลาดอินเดีย-เอเชีย (12.03.2026)

ฮอนด้าปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ยกเลิกแผนรถ EV ในอเมริกาเหนือ มุ่งตลาดอินเดีย-เอเชีย

บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ได้ประกาศการทบทวนแผนกลยุทธ์ครั้งสำคัญ โดยตัดสินใจยกเลิกแผนการพัฒนาและทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จำนวน 3 รุ่นในทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งประกอบด้วย Honda 0 SUV, Honda 0 Saloon และ Acura RSX การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจปัจจุบันที่ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญในภูมิภาคดังกล่าว

สาเหตุหลักจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายและความต้องการที่ลดลง

ฮอนด้าเผยว่า การเริ่มผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 3 รุ่นในสภาวะปัจจุบันอาจก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบในระยะยาว เนื่องจากตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกามีอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวลง จากการผ่อนคลายกฎระเบียบด้านพลังงานฟอสซิลและการปรับเปลี่ยนนโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้ บริษัทยังเผชิญกับความท้าทายจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีนำเข้าในสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลต่อธุรกิจรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและไฮบริด

เป้าหมาย Carbon Neutrality และการปรับโครงสร้างธุรกิจ

แม้จะยกเลิกแผนในอเมริกาเหนือ ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) สำหรับผลิตภัณฑ์และกิจกรรมทางธุรกิจทั้งหมดภายในปี 2593 ภายใต้โครงการ Honda Target 2050 อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังปรับโครงสร้างกลยุทธ์ใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการเสริมความแข็งแกร่งของรถยนต์ไฮบริดมากยิ่งขึ้น พร้อมทบทวนการจัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสมกับสภาพตลาด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เบนเข็มสู่ตลาดอินเดียและเอเชีย พร้อมพัฒนาไฮบริดเจเนอเรชันใหม่

สำหรับกลยุทธ์ในระดับภูมิภาค ฮอนด้าจะเสริมความแข็งแกร่งของไลน์อัปผลิตภัณฑ์และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่คาดว่าจะมีการขยายตัว รวมถึงประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย บริษัทมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านการนำเสนอรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ (Honda Next-generation hybrid) และปรับโครงสร้างต้นทุนคงที่ให้เหมาะสมกับขนาดธุรกิจ

นอกจากนี้ ฮอนด้าจะเดินหน้าแผนการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาวอย่างยืดหยุ่น โดยพิจารณาควบคู่ไปกับการสร้างสมดุลระหว่างความสามารถในการทำกำไรและแนวโน้มของตลาด การปรับกลยุทธ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามของบริษัทในการรับมือกับความไม่แน่นอนและความท้าทายในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว