บางกอก มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 เปิดฉากใหญ่ สะท้อนพลังยานยนต์ไทยปรับตัวสู่อนาคต
บางกอก มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 สะท้อนพลังยานยนต์ไทย (25.03.2026)

บางกอก มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 เปิดฉากใหญ่ สะท้อนพลังยานยนต์ไทยปรับตัวสู่อนาคต

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านของโลกยานยนต์ที่เร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ได้กลับมาจัดขึ้นอีกครั้งพร้อมบทบาทที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยไม่เพียงเป็นเวทีจัดแสดงรถยนต์รุ่นใหม่ แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของพลังอุตสาหกรรมไทยที่กำลังปรับตัวสู่อนาคตอย่างเต็มรูปแบบ

ธีมงานและวัตถุประสงค์หลัก

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดงาน ได้ประกาศความมุ่งมั่นในการจัดงานภายใต้ธีม "THE ICONIC SYNCHRONICITY" หรือ "บริบทแห่งการขับเคลื่อนไร้ที่ติ" โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2569 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 เมืองทองธานี

จาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สายกิจกรรมพิเศษ ของกรังด์ปรีซ์ ในฐานะรองประธานจัดงาน กล่าวว่า การจัดงานในปีนี้มุ่งเน้นการเชื่อมโยงผู้ผลิตยานยนต์ เทคโนโลยี และตลาดโลก เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศสู่ เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) สอดรับกับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่กำลังก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การปรับตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ผู้จัดงานมองว่าเป็นปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยการบริหารจัดการผลกระทบในภาพรวมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและมาตรการที่เหมาะสมจากภาครัฐในระดับนโยบาย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังจำเป็นต้องยกระดับและพัฒนาศักยภาพการผลิต เพื่อรักษาบทบาทการเป็นฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค และการพัฒนาทั้งรถยนต์พลังงานทางเลือกและรถยนต์สันดาปที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวและความหลากหลายของตลาดในบริบทดังกล่าว

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม

การจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ จึงไม่เพียงเป็นเวทีแสดงนวัตกรรมยานยนต์ระดับนานาชาติ หากยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างยอดขาย ขับเคลื่อนห่วงโซ่อุตสาหกรรม ส่งเสริมการจ้างงาน การท่องเที่ยว และการหมุนเวียนเม็ดเงินภายในประเทศ พร้อมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ข้อมูลเชิงลึกของงานปีนี้

โดยงานในปีนี้ มีบริษัทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ตอบรับเข้าร่วมออกบูธ 45 บริษัท แบ่งเป็น รถยนต์ 37 บริษัท และรถจักรยานยนต์ 8 บริษัท และมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ไม่น้อยกว่า 10 รุ่น ครอบคลุมทั้งยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่

นอกจากนี้ ทุกบริษัทต่างปรับกลยุทธ์ด้านราคาและนำเสนอเงื่อนไขทางการเงินที่เอื้อต่อการตัดสินใจซื้อ ไม่ว่าจะเป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น แคมเปญส่งเสริมการขาย หรือโปรแกรมผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น และช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในภาพรวม จากกระแสตอบรับดังกล่าว ผู้จัดงานคาดการณ์ว่า การจัดงานในปีนี้จะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

บทบาทในฐานะแพลตฟอร์มสื่อขนาดใหญ่

พีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของกรังด์ปรีซ์ กล่าวว่า ในช่วงเวลาการจัดงาน งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ยังกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตคอนเทนต์ด้านยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และครีเอเตอร์ เข้ามาลงทะเบียนกว่า 3,000 คน เพื่อรายงานและสร้างคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง ทุกการเปิดตัวรถใหม่ ทุกโปรโมชัน และทุกไฮไลต์ภายในบูธ ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว สร้างการรับรู้ในวงกว้าง

ขณะเดียวกัน ผู้เข้าชมงานจำนวนมากไม่ได้มาเพียงเพื่อชมรถเท่านั้น แต่ยังร่วมกันสร้างคอนเทนต์ผ่านการถ่ายภาพและวิดีโอ พร้อมแชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้คอนเทนต์จากภายในงานสามารถขยายการรับรู้ไปสู่ผู้ชมจำนวนมหาศาลภายในเวลาอันสั้น เป็นการสื่อสารแบบ Organic ที่มีประสิทธิภาพสูงในยุคดิจิทัล

ด้วยเหตุนี้ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ แต่เป็น "แพลตฟอร์มสื่อขนาดใหญ่" ที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรมยานยนต์ สื่อมวลชน ผู้บริโภค และโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน

กิจกรรมพิเศษและประสบการณ์ผู้เข้าชม

ด้าน อโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่สายการผลิต และประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สายกิจกรรมพิเศษ ของกรังด์ปรีซ์ ในฐานะรองประธานจัดงาน กล่าวว่า ภายในงานปีนี้ นอกจากรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ และอุปกรณ์ตกแต่งที่มีให้เลือกชมและเลือกซื้ออย่างครบครันแล้ว ผู้จัดยังได้เตรียมกิจกรรมพิเศษหลากหลายรูปแบบ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าชมงานให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

"ส่วนผู้เข้าชมงานที่ต้องการทดลองขับรถยนต์รุ่นที่สนใจ ทางผู้จัดได้เตรียมพื้นที่ลาน Test Drive บริเวณริมทะเลสาบเมืองทองธานี เพื่อรองรับการทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่จากหลากหลายแบรนด์ ภายใต้บรรยากาศที่เปิดกว้างและปลอดภัย โดยผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสสมรรถนะ เทคโนโลยี และระบบความปลอดภัยของรถยนต์อย่างใกล้ชิดในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ของงานในปีนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น"

สรุปบทบาทสำคัญของงาน

ทั้งหมดนี้ทำให้งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่น และยกระดับภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวไกลสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน