รัฐบาลทุ่ม 4 หมื่นล้าน หนุนรถ EV ไทย
รัฐบาลไทยเตรียมงบประมาณกว่า 40,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศ โดยมีเป้าหมายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ และก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของอาเซียน แผนดังกล่าวครอบคลุมทั้งการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
มาตรการส่งเสริมการลงทุน
คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) ได้อนุมัติมาตรการสำคัญหลายประการ ได้แก่ การลดภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปี และการสนับสนุนเงินอุดหนุนสำหรับผู้ผลิตแบตเตอรี่ นอกจากนี้ ยังมีแผนตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี EV อีก 20,000 ล้านบาท
เป้าหมายการผลิต
รัฐบาลตั้งเป้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% ของการผลิตทั้งหมดภายในปี 2573 หรือประมาณ 750,000 คัน โดยเน้นการผลิตทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ และรถโดยสารสาธารณะ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
นอกจากการสนับสนุนการผลิตแล้ว รัฐบาลยังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ โดยเฉพาะสถานีชาร์จไฟฟ้า ซึ่งตั้งเป้าติดตั้งให้ได้ 12,000 หัวชาร์จภายในปี 2573 รวมถึงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าให้รองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
แผนนี้คาดว่าจะช่วยสร้างงานใหม่กว่า 50,000 ตำแหน่ง และเพิ่มมูลค่าการส่งออกได้ถึง 2 แสนล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ยังช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบ และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการบางรายยังกังวลเรื่องต้นทุนการผลิตที่สูง และความพร้อมของชิ้นส่วนในประเทศ ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรม EV ให้สมบูรณ์ เพื่อให้ไทยสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นในภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน



