นักฟุตบอลหญิงอิหร่าน 3 คนเปลี่ยนใจถอนคำร้องลี้ภัยในออสเตรเลีย เดินทางกลับประเทศแล้ว
สมาชิกทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่าน 3 คน ได้ตัดสินใจเปลี่ยนใจถอนคำร้องขอสถานะผู้ลี้ภัยในออสเตรเลีย และเตรียมเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดของตนแล้ว ตามรายงานข่าวล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้พวกเธอได้รับวีซ่าด้านมนุษยธรรมเพื่อพำนักในออสเตรเลีย แต่กลับเลือกที่จะกลับไปยังอิหร่านแทน
เหลือเพียง 3 คนที่ยังยืนยันขอสถานะผู้ลี้ภัย
จากเดิมที่มีสมาชิกทีมทั้งหมด 7 คนที่ขอลี้ภัยในออสเตรเลีย หลังจากเดินทางมาแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย ปัจจุบันเหลือเพียง 3 คนเท่านั้นที่ยังคงยืนยันขอสถานะผู้ลี้ภัยต่อไป โดยก่อนหน้านี้มี 1 คนที่ถอนคำร้องไปแล้ว และล่าสุดเพิ่มอีก 3 คน ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ
ทางการอิหร่านได้ออกแถลงการณ์ยืนยันข่าวนี้ โดยระบุว่า “จิตวิญญาณแห่งความรักชาติของพวกเธอ เอาชนะแผนการของศัตรูได้แล้ว” พร้อมทั้งกล่าวหารัฐบาลออสเตรเลียว่า “กำลังเล่นตามเกมของทรัมป์” แสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้
เหตุการณ์นำไปสู่การตัดสินใจลี้ภัย
นักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่านเดินทางมายังออสเตรเลียเพื่อร่วมการแข่งขันศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย แต่พวกเธอกลับร่วมกัน “นิ่งเงียบ” ไม่ร้องเพลงชาติในการแข่งขันเอเชียนคัพนัดเปิดสนามเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 การกระทำดังกล่าวทำให้พวกเธอถูกกลุ่มเคร่งศาสนาหัวรุนแรงในอิหร่านตราหน้าว่า “ทรยศชาติในยามสงคราม” และเกิดความกังวลว่าพวกเธอจะถูกลงโทษสถานหนักหากกลับไปประเทศ
ความกดดันและความเสี่ยงนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สมาชิกทีมบางส่วนตัดสินใจขอลี้ภัยในออสเตรเลียตั้งแต่แรก เพื่อแสวงหาความปลอดภัยและอนาคตที่ดีกว่า
ปฏิกิริยาจากรัฐบาลออสเตรเลียและอิหร่าน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของออสเตรเลีย โทนี เบิร์ก ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันการตัดสินใจของนักฟุตบอลหญิง โดยระบุว่ารัฐบาลออสเตรเลียได้ทำทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้เพื่อให้มั่นใจว่าผู้หญิงเหล่านี้จะได้รับโอกาสในการมีอนาคตที่ปลอดภัยในประเทศออสเตรเลียแล้ว
“ชาวออสเตรเลียควรภูมิใจที่ในประเทศของเรานี่เอง ที่ผู้หญิงเหล่านี้ได้สัมผัสกับประเทศที่มอบทางเลือกที่แท้จริงให้กับพวกเธอ และได้ปฏิสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ที่พร้อมจะช่วยเหลือพวกเขา” เบิร์กกล่าวในแถลงการณ์ พร้อมเสริมว่า “ในขณะที่รัฐบาลออสเตรเลียสามารถรับรองได้ว่าโอกาสต่างๆ จะถูกหยิบยื่นและสื่อสารออกไป แต่เราไม่สามารถขจัดบริบทและปัจจัยแวดล้อมที่เหล่านักเตะต้องเผชิญ ในการตัดสินใจที่ยากลำบากอย่างยิ่งครั้งนี้ได้”
ด้านกระทรวงกีฬาของอิหร่านได้ยืนยันข่าวนี้เช่นกัน หลังจากที่สำนักข่าวทัสนิม ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน รายงานเป็นแห่งแรก สำนักข่าวทัสนิมระบุด้วยว่า ทั้งสามคนกำลังเดินทางไปยังกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อสมทบกับสมาชิกที่เหลือในทีม และกำลัง “กลับคืนสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นของครอบครัวและมาตุภูมิ หลังจากถอนคำร้องขอตัวเป็นผู้ลี้ภัยในออสเตรเลีย” พร้อมเสริมว่า พวกเธอได้อดทนต่อ “สงครามจิตวิทยา การโฆษณาชวนเชื่ออย่างแพร่หลาย และข้อเสนอที่เย้ายวนใจ”
ผลกระทบและความหมายที่กว้างขึ้น
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเมืองกีฬาและสิทธิมนุษยชนในระดับสากล โดยเฉพาะในบริบทของอิหร่านที่มีกฎหมายและบรรทัดฐานทางสังคมที่เข้มงวด การตัดสินใจของนักฟุตบอลหญิงเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องส่วนตัว แต่ยังเชื่อมโยงกับประเด็นใหญ่ๆ เช่น เสรีภาพในการแสดงออก ความปลอดภัยของผู้หญิง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
การที่สมาชิกทีมบางส่วนเลือกกลับประเทศอาจเป็นผลจากความกดดันทางครอบครัวหรือสังคม ในขณะที่บางส่วนยังคงยืนหยัดขอสถานะผู้ลี้ภัย แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของประสบการณ์และมุมมองภายในทีมเดียวกัน
อนาคตของนักฟุตบอลหญิงที่เหลืออีก 3 คนที่ยังขอลี้ภัยในออสเตรเลียยังคงเป็นที่จับตามอง ทั้งในแง่ของกระบวนการทางกฎหมายและผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของอิหร่านในเวทีโลก



