อีคอมเมิร์ซไทยโต 14% มูลค่า 7.2 ล้านล้านบาท ปี 2569
อีคอมเมิร์ซไทยโต 14% มูลค่า 7.2 ล้านล้านบาท

ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดจะสูงถึง 7.2 ล้านล้านบาทในปี 2569 หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 14 เปอร์เซ็นต์ ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้มาจากการขยายตัวของโซเชียลคอมเมิร์ซและการชำระเงินดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น

ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต

การเติบโตของอีคอมเมิร์ซไทยได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย ได้แก่ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น การใช้งานสมาร์ทโฟนที่แพร่หลาย และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปนิยมซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, Instagram และ TikTok ก็มีบทบาทสำคัญในการผลักดันยอดขายผ่านฟีเจอร์การช้อปปิ้งในแอปพลิเคชัน

โซเชียลคอมเมิร์ซมาแรง

โซเชียลคอมเมิร์ซ หรือการซื้อขายสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศไทย ผู้บริโภคสามารถค้นหาสินค้า ดูรีวิว และซื้อสินค้าได้โดยไม่ต้องออกจากแพลตฟอร์ม ทำให้สะดวกและรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้ประกอบการหันมาใช้ช่องทางนี้ในการขายสินค้ามากขึ้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การชำระเงินดิจิทัลหนุน

การชำระเงินดิจิทัล เช่น การโอนเงินผ่านธนาคารออนไลน์ กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ และบริการชำระเงินผ่านมือถือ ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อและผู้ขาย ทำให้ธุรกรรมอีคอมเมิร์ซมีความรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แนวโน้มในอนาคต

คาดว่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำเสนอสินค้าและบริการที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้น ส่งผลให้ประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญยังคงมีอยู่ เช่น การแข่งขันที่รุนแรง ปัญหาการปลอมแปลงสินค้า และความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัวและพัฒนากลยุทธ์เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้