สหรัฐฯ เร่งผลักดันกฎหมายบังคับขาย TikTok ภายใน 9 เดือน หวั่นภัยความมั่นคงจากจีน
รัฐบาลสหรัฐอเมริกากำลังเดินหน้าเต็มที่กับการผลักดันกฎหมายฉบับใหม่ที่กำหนดให้บริษัท ByteDance ซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม TikTok ต้องขายกิจการให้กับบริษัทที่ไม่ใช่จีนภายในระยะเวลา 9 เดือน หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว แอปพลิเคชัน TikTok จะถูกห้ามใช้งานในประเทศสหรัฐอเมริกาทันที
ความกังวลด้านความมั่นคงเป็นแรงผลักดันหลัก
การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีรากฐานมาจากความกังวลอย่างลึกซึ้งของฝ่ายนิติบัญญัติและหน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐฯ ที่มองว่า TikTok อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสอดแนมหรือเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ เนื่องจากบริษัทแม่ ByteDance มีฐานอยู่ในประเทศจีน ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายที่บังคับให้บริษัทต้องร่วมมือกับรัฐบาลในเรื่องข้อมูล
ผู้สนับสนุนกฎหมายระบุว่า การบังคับขายกิจการเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของชาวอเมริกันกว่า 170 ล้านคนที่ใช้งานแพลตฟอร์มนี้ รวมถึงป้องกันไม่ให้รัฐบาลจีนเข้าถึงข้อมูลที่อาจนำไปใช้ในทางที่ผิด
ปฏิกิริยาจาก ByteDance และชุมชนธุรกิจ
ทางด้าน ByteDance ได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าวอย่างแข็งขัน โดยย้ำว่า TikTok ได้ดำเนินการแยกข้อมูลของผู้ใช้ในสหรัฐฯ ออกจากเซิร์ฟเวอร์ของจีน และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนชี้ว่า การบังคับขายกิจการอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจของ TikTok ในสหรัฐฯ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึงหลายพันล้านดอลลาร์ และอาจทำให้เกิดความไม่แน่นอนในตลาดเทคโนโลยีโลก
เส้นตาย 9 เดือนและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ ByteDance มีเวลาเพียง 9 เดือนในการหาผู้ซื้อที่เหมาะสม ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างจำกัดสำหรับการทำธุรกรรมขนาดใหญ่เช่นนี้ หากไม่สามารถขายได้ทันเวลา TikTok จะถูกแบนทันที ส่งผลให้:
- ผู้ใช้ชาวอเมริกันไม่สามารถดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปพลิเคชันได้
- เนื้อหาและชุมชนออนไลน์ขนาดใหญ่ต้องหยุดชะงัก
- เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อครีเอเตอร์และธุรกิจที่พึ่งพาแพลตฟอร์ม
นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ครั้งนี้อาจกระตุ้นให้ประเทศอื่นๆ พิจารณามาตรการคล้ายคลึงกัน สร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อ ByteDance และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจีนในระดับโลก



