Meta เตรียมเลย์ออฟพนักงานกว่า 1 หมื่นตำแหน่ง ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อเร่งลงทุน AI
บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ Meta กำลังวางแผนการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งสำคัญ โดยมีรายงานจาก Reuters ระบุว่า บริษัทเตรียมเลย์ออฟพนักงานราว 20% ของทั้งองค์กร ซึ่งคาดว่าจะกระทบตำแหน่งงานกว่า 1 หมื่นตำแหน่ง การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อชดเชยต้นทุนการลงทุนมหาศาลในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันในตลาดเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
แผนการเลย์ออฟและสาเหตุเบื้องหลัง
ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวภายใน 3 รายที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ ผู้บริหารระดับสูงของ Meta ได้ส่งสัญญาณถึงผู้นำฝ่ายต่าง ๆ ในองค์กรให้เริ่มวางแผนลดขนาดทีมแล้ว แม้ว่ายังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากบริษัท และระยะเวลาในการดำเนินการยังไม่ชัดเจน แต่หากแผนนี้เป็นจริง จะถือเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2022 ถึงต้นปี 2023 ซึ่ง Meta เคยเรียกช่วงเวลานั้นว่า "Year of Efficiency"
จากข้อมูลล่าสุด Meta มีพนักงานรวมเกือบ 79,000 คน ณ วันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ บริษัทเคยปลดพนักงานไปแล้ว 11,000 คนในเดือนพฤศจิกายน 2022 หรือคิดเป็นราว 13% ของพนักงานทั้งหมดในเวลานั้น และประกาศปลดเพิ่มอีก 10,000 ตำแหน่งในอีก 4 เดือนต่อมา การเลย์ออฟครั้งใหม่นี้จึงสะท้อนถึงความพยายามในการลดต้นทุนเพื่อรองรับการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในด้าน AI
การลงทุนมหาศาลใน AI และการดึงคนเก่ง
ซีอีโอ Mark Zuckerberg ได้ผลักดันให้ Meta แข่งขันในสนาม Generative AI อย่างจริงจังมากขึ้น โดยบริษัทเสนอแพ็กเกจค่าตอบแทนมหาศาล บางดีลมีมูลค่าสูงถึงหลักหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐในระยะเวลา 4 ปี เพื่อดึงดูดนักวิจัย AI ชั้นนำเข้าร่วมทีมพัฒนา Superintelligence Labs นอกจากนี้ Meta ยังเปิดเผยแผนลงทุนสูงถึง 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2028 เพื่อสร้าง Data Center รองรับการเติบโตของ AI
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทได้เข้าซื้อแพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์กสำหรับ AI Agents อย่าง Moltbook และทุ่มงบอย่างน้อย 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อสตาร์ทอัพ AI จากจีนชื่อ Manus Mark Zuckerberg ยังเคยกล่าวถึงประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุน AI โดยระบุเมื่อเดือนมกราคมว่า "โปรเจกต์ที่เคยต้องใช้ทีมขนาดใหญ่ ตอนนี้สามารถทำสำเร็จได้ด้วยคนเก่งเพียงคนเดียว"
แนวโน้มในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
แผนของ Meta สะท้อนแนวโน้มที่เกิดขึ้นในบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีในปีนี้ ผู้บริหารจำนวนมากชี้ว่า ความก้าวหน้าของ AI เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้องปรับโครงสร้างองค์กร ตัวอย่างเช่น Amazon ยืนยันเมื่อเดือนมกราคมว่าจะปลดพนักงานราว 16,000 คน หรือเกือบ 10% ของกำลังคนทั้งหมด ขณะที่บริษัทฟินเทค Block เพิ่งลดจำนวนพนักงานลงเกือบครึ่งหนึ่ง โดยซีอีโอ Jack Dorsey ระบุชัดว่า เครื่องมือ AI ที่มีศักยภาพสูงขึ้นช่วยให้บริษัททำงานได้มากขึ้นด้วยทีมที่เล็กลง
การเคลื่อนไหวของ Meta ในครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นเรื่องภายในองค์กร แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของกระแสใหญ่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่กำลังปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและโอกาสใหม่ ๆ จาก AI



