India AI Summit 2026: เวทีผู้นำโลกกำหนดเกมเทคโนโลยี AI เปลี่ยนบทบาทจากผู้ใช้สู่ผู้กำหนด
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 อินเดียได้เปิดฉากงาน India AI Impact Summit 2024 อย่างเป็นทางการ นับเป็นงานใหญ่ระดับโลกด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อินเดียใช้เป็นเวทีสร้างแรงกระเพื่อมและเพิ่มการรับรู้ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจของโลก ท่ามกลางสนาม AI ที่กำลังพลิกโฉมเศรษฐกิจโลกและตลาดแรงงาน จนเกิดคำถามใหม่เกี่ยวกับกฎระเบียบ ความมั่นคง และจริยธรรม
จากเวทีเล็กสู่มหกรรมระดับโลก: การพัฒนาของ AI Summit
งาน AI Summit ครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 โดยก่อนหน้านี้เคยจัดในสหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ และฝรั่งเศส เวทีนี้พัฒนาจากการประชุมขนาดเล็กที่เน้นความปลอดภัยของ AI ขั้นสูง สู่มหกรรมงานขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมทุกมิติของอุตสาหกรรม และรวบรวมผู้นำประเทศ รัฐบาล รัฐมนตรี ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก ตลอดจนนักวิจัย เพื่อหารือบทบาทของ AI ในการผลักดันการเติบโตอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และมีความรับผิดชอบ
อินเดีย: สะพานเชื่อมระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับกลุ่ม Global South
สำหรับอินเดีย ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกและเป็นหนึ่งในตลาดดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุด งานนี้ถือเป็นโอกาสฉายภาพตัวเองในฐานะ "สะพานเชื่อม" ระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับกลุ่ม Global South หรือกลุ่มประเทศโลกใต้ ด้วยประสบการณ์ของอินเดียในการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลขนาดใหญ่ เช่น ระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล แพลตฟอร์มการชำระเงิน และการเป็นตลาดที่สตาร์ทอัพเทคเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจัยสำคัญของการเติบโตคือกลุ่มผู้บริโภควัยหนุ่มสาวสายเทคโนโลยีและแหล่งบุคลากรขนาดมหาศาล ส่งผลให้อินเดียกลายเป็น "สมรภูมิการเติบโต" แห่งใหม่สำหรับบริษัทเทคที่จะเข้ามาสู่ภูมิภาคนี้
ผู้นำอินเดียและบุคคลสำคัญเข้าร่วมงาน
Narendra Modi นายกรัฐมนตรีอินเดีย ที่จะเข้าร่วมเป็นประธานเปิดงานในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ ได้โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า "งานครั้งนี้เป็นหลักฐานว่าประเทศของเรากำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และยังสะท้อนศักยภาพของเยาวชนอินเดีย" ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลของ Modi ส่งสัญญาณชัดเจนว่าต้องการให้อินเดียก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน "มหาอำนาจเทคโนโลยี" ของโลก โดยอนุมัติโครงการด้านเซมิคอนดักเตอร์มูลค่ากว่า 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างซัพพลายเชนภายในประเทศ และสนับสนุนให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น Apple เพิ่มสัดส่วนการผลิตในอินเดีย
ในงานนี้จะมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมหลายคน ในฝั่งผู้นำประเทศ ได้แก่ Emmanuel Macron ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และ Luiz Inácio Lula da Silva ประธานาธิบดีบราซิล ส่วนฝั่งบิ๊กเทค ประกอบด้วย Sam Altman ซีอีโอ OpenAI, Sundar Pichai ซีอีโอ Alphabet, Dario Amodei แห่ง Anthropic, Demis Hassabis ซีอีโอ Google DeepMind, Brad Smith ประธาน Microsoft และ Yann LeCun ประธานบริหาร AMI Labs
อินเดียได้อะไรจากงานนี้? 3 มุมหลักของ AI Summit
แน่นอนว่า AI คือหัวใจสำคัญของงานครั้งนี้ โดยมี 3 มุมหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน ผู้ใช้งาน และบุคลากร ซึ่งในงานนี้มีแนวโน้มว่าบริษัทใหญ่หลายแห่งจะประกาศการลงทุนก้อนโตในอินเดีย ขณะที่อินเดียเองก็จะเร่งโปรโมตโอกาสทางธุรกิจในประเทศอย่างเต็มที่
- ด้านโครงสร้างพื้นฐาน: คาดว่าจะมีการประกาศดีลลงทุนขนาดใหญ่เกี่ยวกับศูนย์ข้อมูล AI เนื่องจากความต้องการประมวลผลเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทเทคต่างกระหายพลังประมวลผลมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Amazon, Microsoft และ Intel ได้ประกาศว่าจะมีการเข้าไปลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานและชิป AI ในอินเดีย
- ด้านผู้ใช้งาน: อินเดียถือเป็นหนึ่งในตลาดใหญ่ของ OpenAI โดยมีจำนวนผู้ใช้งาน ChatGPT สูงสุดเป็นอันดับสองรองจากสหรัฐฯ และชาวอินเดียยังเป็นกลุ่มนักเรียนที่ใช้งาน ChatGPT มากที่สุดด้วย ทั้ง OpenAI และบริษัทคู่แข่งอย่าง Perplexity AI ต่างเปิดให้ใช้งานเครื่องมือฟรี เพื่อแย่งชิงผู้ใช้และข้อมูลที่มีมูลค่าสำหรับการฝึกโมเดลเพิ่มเติมในอนาคต ที่สำคัญ อินเดียยังไม่มีคู่แข่งท้องถิ่นรายใหญ่ในตลาดแชตบอต AI จากสหรัฐฯ ทำให้เป็นโอกาสทองในการขยายฐานผู้ใช้ในกลุ่มประชากรที่มีความเข้าใจเทคโนโลยีสูง
- ด้านบุคลากร: อินเดียถูกมองว่าเป็นโรงงานผลิตบุคลากร AI และมีศักยภาพด้านบุคลากร AI อย่างมาก โดยจำนวน Global Capability Centers (GCC) ในอินเดียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง GCC เป็นศูนย์ปฏิบัติการนอกประเทศที่บริษัทข้ามชาติจัดตั้งขึ้น ตามข้อมูลของ ANSR กว่า 60% ของ GCC ที่ตั้งขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มุ่งเน้นด้าน AI ข้อมูล วิศวกรรมดิจิทัล หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และมากกว่า 80% ของ GCC ที่คาดว่าจะเปิดในอีก 6-8 เดือนข้างหน้า จะขับเคลื่อนด้วย AI เป็นหลัก
การสนับสนุนจากรัฐบาลอินเดียและอนาคตของ AI
นอกจากนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลอินเดียยังมีการสนับสนุนการลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพ พร้อมกับเปิดพื้นที่ให้บริษัทหน้าใหม่เข้า IPO ในตลาดหุ้น ล่าสุด อินเดียได้จัดสรรงบประมาณ 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น Venture Capital ที่รัฐสนับสนุน โดยกองทุนนี้จะลงทุนในสตาร์ทอัพด้าน AI และการผลิตขั้นสูงทั่วประเทศ งาน India AI Impact Summit 2026 จึงไม่เพียงเป็นเวทีหารือ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญสำหรับอินเดียในการยืนยันบทบาทใหม่จากผู้ใช้เทคโนโลยี สู่ผู้กำหนดเกมเทคโนโลยี AI ของโลก



