ซีพีเดินหน้าสู่เทคคัมปะนี CP COE เปลี่ยนธุรกิจจาก 'ขนาดใหญ่' สู่ 'ปัญญา'
ซีพีเดินหน้าสู่เทคคัมปะนี CP COE เปลี่ยนธุรกิจสู่ปัญญา

ซีพีเดินหน้าสู่เทคคัมปะนี CP COE เปลี่ยนธุรกิจจาก 'ขนาดใหญ่' สู่ 'ปัญญา'

การเดินทางของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) สู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยีหรือเทคคัมปะนีกำลังเร่งขึ้นอย่างชัดเจน ภายใต้วิสัยทัศน์ของ ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโสซีพี ที่เชื่อมั่นในพลังของเทคโนโลยีและองค์ความรู้ โดยเขาเคยกล่าวว่า การแข่งขันในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้วัดกันที่ทรัพยากรเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการสร้างเทคโนโลยีขั้นสูงและบุคลากรคุณภาพ

CP COE ศูนย์กลางนวัตกรรมขับเคลื่อนธุรกิจ

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซีพีได้จัดตั้ง CP Center of Excellence (COE) ศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีความเป็นเลิศ ซึ่งดูแลโดย ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ ปัจจุบันศูนย์นี้ตั้งอยู่ที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค มีห้องปฏิบัติการนำร่อง 3 แห่ง ได้แก่ แล็บไบโอเทค แล็บดิจิทัลและ AI และแล็บดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์เทคโนโลยี พร้อมเครื่องมือทันสมัยและโครงสร้างพื้นฐานรองรับงานวิจัยระดับลึก

ดร.ธีระพลอธิบายว่า ในโลกที่ความรู้และนวัตกรรมเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว องค์กรขนาดใหญ่ไม่สามารถเติบโตได้ด้วย "ขนาด" เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเติบโตด้วย "ปัญญา" และความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ใหม่อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นซีพีจึงต้องเดินหน้าสู่การเป็นเทคคัมปะนีที่ใช้เทคโนโลยีเป็นแกนในการตัดสินใจและปรับโมเดลธุรกิจ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ขอบเขตวิจัยโฟกัสเทคโนโลยีเชิงลึก 4+1 สาขา

ขอบเขตงานวิจัยของ CP COE ครอบคลุม 4+1 สาขาหลักที่เป็นเทคโนโลยีเชิงลึก ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ไบโอเทคโนโลยี ครอบคลุมอาหาร สุขภาพ โภชนาการ และการแพทย์เชิงป้องกัน
  • ดิจิทัลเทคโนโลยี ประกอบด้วย AI ดาต้า คลาวด์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
  • หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ รวมถึงโรงงานอัจฉริยะ
  • นาโนเทคโนโลยี วัสดุขั้นสูง บรรจุภัณฑ์ และพลังงาน
  • เทคโนโลยีด้านอวกาศ ครอบคลุมดาวเทียมและข้อมูลจากอวกาศ

สาขาเหล่านี้ทำงานร่วมกันแบบบูรณาการข้ามศาสตร์ เพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อนของโลกจริง โดยทุกโครงการมีโจทย์ชัดเจน ระยะเวลาแน่นอน และตัวชี้วัดผลลัพธ์ที่วัดได้

โครงการเรือธง "กินต้านโรค" จากแล็บสู่โลกจริง

หนึ่งในโครงการเรือธงของ CP COE คือการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพันธุกรรม จุลินทรีย์ในลำไส้ และโภชนาการ เพื่อออกแบบอาหารที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล หรือ "Personalized Nutrition" โครงการนี้มุ่งเปลี่ยนบทบาทของซีพีจากผู้ผลิตอาหารสู่ผู้พัฒนาโซลูชันสุขภาพเชิงป้องกันบนฐานวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

งานวิจัยชี้ว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็ง เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก โดยมากกว่า 1 ใน 3 สามารถป้องกันได้ด้วยโภชนาการที่เหมาะสม CP COE ใช้เทคโนโลยีชีวภาพและการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงเพื่อวิเคราะห์จุลินทรีย์รายบุคคล เชื่อมโยงกับข้อมูลดีเอ็นเอ และแปลผลสู่คำแนะนำด้านโภชนาการเชิงลึก

นอกจากนี้ ศูนย์ยังศึกษาสมุนไพรไทย เช่น ขมิ้นชัน กระชายดำ และฟ้าทะลายโจร ในมิติวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เพื่อยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ฐานวิทยาศาสตร์สากล

กรณีศึกษาโรงงานไส้กรอกอัตโนมัติ

โรงงานผลิตไส้กรอกอัตโนมัติของซีพีเอฟ ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอร์เรจ ที่หนองจอก เป็นตัวอย่างเชิงประจักษ์ของการยกระดับสู่ "Lights-out Manufacturing" หรือโรงงานอัตโนมัติที่เดินเครื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมง โรงงานนี้มีกำลังผลิต 30 ตันต่อวัน ใช้ระบบเชื่อมต่อข้อมูลจาก 5 ระบบหลักเพื่อสร้างระบบ MRP และ RPA ที่ทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ

ผลลัพธ์คือการจัดการคลังวัตถุดิบและคลังสินค้าที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีทั้งหมด ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ เพิ่มความปลอดภัย และควบคุมคุณภาพสินค้าได้สม่ำเสมอ โรงงานต้นแบบนี้ยังถูกออกแบบให้เป็นองค์ความรู้เชิงระบบที่สามารถถ่ายทอดและขยายผลไปยังโรงงานอื่นทั่วโลก

ดร.ธีระพลปิดท้ายว่า โครงการเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งของการเดินทางระยะยาวของซีพีสู่การเป็นเทคคัมปะนีอย่างแท้จริง โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมจากองค์ความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูง