จีนประกาศแผนสร้างศูนย์ข้อมูล AI แห่งใหม่ในมณฑลกวางตุ้ง หนุนอุตสาหกรรมดิจิทัล
จีนสร้างศูนย์ข้อมูล AI แห่งใหม่ในกวางตุ้ง หนุนอุตสาหกรรมดิจิทัล (27.02.2026)

จีนเดินหน้าสร้างศูนย์ข้อมูล AI แห่งใหม่ในมณฑลกวางตุ้ง

รัฐบาลจีนได้ประกาศแผนการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) แห่งใหม่ในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศ โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้าน AI รวมถึงการประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจและสังคม

รายละเอียดของโครงการศูนย์ข้อมูล AI

ศูนย์ข้อมูล AI แห่งใหม่จะตั้งอยู่ในเมืองกว่างโจว เมืองหลวงของมณฑลกวางตุ้ง โดยคาดว่าจะมีพื้นที่ใช้งานมากกว่า 10,000 ตารางเมตร และจะติดตั้งเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงเพื่อรองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีงบประมาณเริ่มต้นประมาณ 500 ล้านหยวน (ประมาณ 2,500 ล้านบาท)

การดำเนินงานคาดว่าจะเริ่มต้นภายในปี 2568 โดยศูนย์จะให้บริการในหลายด้าน เช่น การฝึกอบรมโมเดล AI การวิเคราะห์ข้อมูล และการให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีแก่บริษัทท้องถิ่นและนานาชาติ นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาบุคลากรด้าน AI ในภูมิภาค

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมดิจิทัลและเศรษฐกิจ

การสร้างศูนย์ข้อมูล AI ในกวางตุ้งคาดว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของจีน โดยเฉพาะในภาคใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญ มณฑลกวางตุ้งมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมของจีน ดังนั้น โครงการนี้จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทางเทคโนโลยีและดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูล AI ยังอาจสนับสนุนอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น การผลิตอัจฉริยะ การดูแลสุขภาพดิจิทัล และการขนส่งอัตโนมัติ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย "จีน 2025" ที่มุ่งเน้นการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์
  • เพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
  • สร้างงานและโอกาสทางอาชีพในสาขาเทคโนโลยี

ในภาพรวม โครงการศูนย์ข้อมูล AI แห่งใหม่ในกวางตุ้งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจีนในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก และอาจเป็นแบบอย่างสำหรับการพัฒนาด้านดิจิทัลในประเทศอื่นๆ ในอนาคต