ปี 2026 จุดเสี่ยงเศรษฐกิจดิจิทัลไทย รหัสผ่านรั่วพุ่ง 6,000% CyberGenics เตือนภัยคุกคามไซเบอร์รุนแรง
ปี 2026 จุดเสี่ยงเศรษฐกิจดิจิทัลไทย รหัสผ่านรั่วพุ่ง 6,000%

ปี 2026 จุดเสี่ยงเศรษฐกิจดิจิทัลไทย หลังพบรหัสผ่านรั่วพุ่งกว่า 6,000% CyberGenics เตือนภัยคุกคามไซเบอร์รุนแรง

บริษัทไซเบอร์จีนิคส์ (CyberGenics) ออกมาเตือนว่า ปี 2026 จะเป็นช่วง "Perfect Storm" หรือพายุที่สมบูรณ์แบบสำหรับความมั่นคงไซเบอร์ของประเทศไทย หลังพบสถิติการรั่วไหลของข้อมูล Username และ Password ในไทยเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจถึง 6,250% จากเดิมเพียง 80,000 รายการ เป็นกว่า 5 ล้านรายการ สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึง 164% และอาจสร้างความเสียหายสะสมแตะ 50,000 ล้านบาท ซึ่งเทียบเท่ากับวิกฤตแผ่นดินไหวครั้งใหญ่

ความเสี่ยงไซเบอร์ยกระดับจากไอทีสู่เศรษฐกิจ

นายอัตพล พยัคฆ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยี บริษัทไซเบอร์จีนิคส์ จำกัด กล่าวว่า ความเสี่ยงไซเบอร์กำลังยกระดับจากประเด็นด้านไอที สู่ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่กระทบความเชื่อมั่นและความสามารถแข่งขันของประเทศโดยตรง โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยี AI, Cloud และ Quantum Computing ถูกนำมาใช้ทั้งฝั่งธุรกิจและฝั่งผู้โจมตี ทำให้รูปแบบการแฮกเป็นอัตโนมัติและรวดเร็วระดับมิลลิวินาที

ต้นทุนความเสียหายไม่ได้จำกัดแค่ค่าไถ่หรือค่ากู้ระบบ แต่รวมถึงการหยุดชะงักทางธุรกิจ ความเชื่อมั่นของลูกค้า และความเสี่ยงด้านกฎหมาย หากองค์กรยังพึ่งพารหัสผ่านเป็นกลไกหลัก ความเสียหายจะเพิ่มแบบทวีคูณ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนะองค์กรเร่งปรับสู่โมเดล "Zero Trust" และ "Identity-first Security"

CyberGenics ประเมินว่า โครงสร้างความปลอดภัยแบบเดิมที่เน้นป้องกันรอบนอกองค์กรไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมธุรกิจยุคดิจิทัลที่พนักงาน คู่ค้า และระบบคลาวด์เชื่อมต่อกันตลอดเวลา แนวทางที่ควรเร่งดำเนินการ คือการปรับสู่โมเดล "Zero Trust" ซึ่งยึดหลักตรวจสอบทุกการเข้าถึง ไม่เชื่อถือโดยอัตโนมัติ แม้จะล็อกอินถูกต้อง

กลยุทธ์หลักประกอบด้วย:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. Identity-first Security ใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน ไม่พึ่งพารหัสผ่านเพียงอย่างเดียว
  2. Least Privilege จำกัดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลตามหน้าที่ ลดวงความเสียหายหากบัญชีถูกเจาะ
  3. Autonomous Response ตอบสนองภัยคุกคามอัตโนมัติในระดับเครื่องจักร ลดการพึ่งพาการตัดสินใจแบบแมนนวล

3 ความเสี่ยงเชิงระบบที่กระทบภาคธุรกิจโดยตรง

นอกจากปัญหารหัสผ่านรั่วไหล CyberGenics ยังเตือน 3 ความเสี่ยงเชิงระบบที่กระทบภาคธุรกิจโดยตรง ได้แก่:

  • ความเสี่ยงจากคู่ค้า (Third-party Risk) การรั่วไหลผ่านพาร์ตเนอร์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนความจำเป็นในการบริหารความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทานดิจิทัลอย่างรอบด้าน
  • Social Engineering ด้วย AI การใช้ Deepfake ปลอมเสียงหรือภาพผู้บริหารเพื่อหลอกโอนเงิน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและสร้างความเสียหายมูลค่าสูง
  • Harvest Now, Decrypt Later การเก็บข้อมูลเข้ารหัสไว้เพื่อรอถอดรหัสเมื่อเทคโนโลยี Quantum พัฒนาเต็มที่ ส่งผลต่อองค์กรที่ถือครองข้อมูลระยะยาว เช่น การเงิน สุขภาพ และโครงสร้างพื้นฐาน

ข้อมูลจาก Allianz และ NCSA สะท้อนภาพที่น่ากังวล

ขณะที่ข้อมูลจาก Allianz และ NCSA สะท้อนภาพที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เมื่อพบว่าข้อมูล Username และ Password ของคนไทยที่รั่วไหลเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเผชิญการโจมตีทางไซเบอร์เฉลี่ยกว่า 3,200 ครั้งต่อสัปดาห์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึง 164% ตัวเลขเหล่านี้ชี้ชัดว่าองค์กรไทยกำลังตกอยู่ในเรดาร์ของภัยคุกคามดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง

นายอัตพล กล่าวทิ้งท้ายว่า "คำถามไม่ใช่ว่าจะถูกโจมตีหรือไม่ แต่คือองค์กรจะควบคุมความเสียหายได้เร็วแค่ไหน ความมั่นคงไซเบอร์จึงเป็นวาระระดับผู้บริหารและบอร์ด ไม่ใช่เพียงฝ่ายไอที" การลงทุนในแนวคิด Identity-first Security และ Zero Trust รวมถึงการยกระดับมาตรฐานการเข้ารหัสสู่ Post-Quantum Cryptography ไม่ใช่ต้นทุนส่วนเกิน แต่เป็นการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก เพื่อรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจในยุคที่ภัยคุกคามไซเบอร์ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง