กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังโรคเมลิออยด์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ไข้ดิน" หลังจากพบผู้เสียชีวิตแล้ว 10 รายตั้งแต่ต้นปี 2567 โดยเชื้อแบคทีเรีย Burkholderia pseudomallei ที่ก่อโรคนี้สามารถพบได้ทั่วไปในดินและแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
สถานการณ์โรคเมลิออยด์ในประเทศไทย
จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 กรกฎาคม 2567 มีผู้ป่วยโรคเมลิออยด์สะสมรวม 1,245 ราย และเสียชีวิต 10 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตายร้อยละ 0.8 โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไตเรื้อรัง โรคปอด หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ปัจจัยเสี่ยงและกลุ่มเสี่ยง
โรคเมลิออยด์สามารถติดต่อสู่คนได้ผ่านการสัมผัสกับดินหรือน้ำที่มีเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อน โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานสัมผัสกับดินและน้ำเป็นประจำ เช่น เกษตรกร ชาวนา คนงานก่อสร้าง หรือผู้ที่เดินเท้าเปล่าในพื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคตับ โรคไต หรือผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อรุนแรง
อาการของโรคเมลิออยด์
อาการของโรคเมลิออยด์มีความหลากหลาย ตั้งแต่ไม่มีอาการ ไปจนถึงอาการรุนแรงถึงชีวิต โดยระยะฟักตัวของโรคอยู่ระหว่าง 1-21 วัน แต่ในบางรายอาจนานเป็นเดือนหรือปี อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เบื่ออาหาร และอาจมีฝีหนองตามอวัยวะต่างๆ เช่น ปอด ตับ ม้าม หรือต่อมน้ำเหลือง ในรายที่รุนแรงอาจเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดและเสียชีวิตได้
แนวทางการป้องกันและรักษา
กรมควบคุมโรคแนะนำให้ประชาชนป้องกันโรคเมลิออยด์โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับดินและน้ำโดยตรง สวมรองเท้าบู๊ทหรือถุงมือเมื่อต้องทำงานในพื้นที่เสี่ยง ดื่มน้ำสะอาดที่ผ่านการต้มหรือกรอง และล้างมือให้สะอาดหลังจากสัมผัสดินหรือน้ำ หากมีบาดแผลควรปิดแผลให้มิดชิดและหลีกเลี่ยงการแช่น้ำ
สำหรับการรักษา โรคเมลิออยด์สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม แต่ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์อย่างถูกต้อง เนื่องจากอาการของโรคคล้ายกับโรคติดเชื้ออื่นๆ การรักษาที่ล่าช้าอาจทำให้อาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ ดังนั้น หากมีอาการไข้หลังสัมผัสดินหรือน้ำ ควรรีบพบแพทย์ทันที
ข้อควรปฏิบัติสำหรับประชาชน
- หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าหรือสัมผัสดินและน้ำโดยตรงในพื้นที่เสี่ยง
- สวมรองเท้าบู๊ท ถุงมือ และชุดป้องกันเมื่อทำงานในไร่นาหรือพื้นที่ชื้นแฉะ
- ดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำที่ผ่านการกรองที่ได้มาตรฐาน
- ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลังสัมผัสดินหรือน้ำ
- หากมีบาดแผล ให้ทำความสะอาดและปิดแผลให้มิดชิด
- สังเกตอาการผิดปกติ โดยเฉพาะไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หลังสัมผัสพื้นที่เสี่ยง
กรมควบคุมโรคยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์โรคเมลิออยด์อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคนี้สูงที่สุด การป้องกันตนเองและการดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่จะลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและป้องกันการเสียชีวิตจากโรคนี้



