หลายคนมักมองข้ามอาการผิดปกติในร่างกาย โดยคิดว่าเป็นเพียงผลจากความเครียดหรืออายุที่มากขึ้น แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจเตือนว่า 4 อาการธรรมดาเหล่านี้อาจเป็น ‘อาการโรคหัวใจ’ ซ่อนเร้นในชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ หลายครั้งที่ร่างกายส่งสัญญาณเตือนบางอย่างออกมา แต่เรากลับเลือกที่จะมองข้ามไป โดยปัดให้เป็นเรื่องของ "ความเครียด" "พักผ่อนไม่พอ" หรือคิดไปเองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของ "อายุที่มากขึ้น" แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการทั่วไปเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่อันตรายถึงชีวิต
4 สัญญาณเตือนโรคหัวใจที่มักถูกมองข้าม
1. แน่นหรือแสบร้อนหน้าอกเมื่อออกแรง
ดร.เจฟฟรีย์ ไทเลอร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจจากโรงพยาบาลพรอวิเดนซ์ เซนต์โจเซฟ ชี้แจงว่า อาการแน่นหน้าอก อึดอัด หรือแสบร้อนเฉพาะเวลาที่ต้องออกแรงทำกิจกรรม มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นกรดไหลย้อนหรือกล้ามเนื้ออักเสบ แต่แท้จริงแล้วอาจเกิดจากหลอดเลือดแดงหัวใจตีบ ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจลดลง
2. เหนื่อยง่ายกับกิจกรรมที่เคยทำได้สบาย
หากคุณเริ่มเหนื่อยหอบอย่างฉับพลันจากกิจกรรมเดิมๆ ที่เคยทำได้ง่ายในอดีต เช่น เดินขึ้นบันได ดร.ไทเลอร์ ระบุว่าไม่ควรโทษว่าเป็นเพราะเลขอายุที่มากขึ้น หรือเพราะน้ำหนักตัว เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจล้มเหลว กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
3. อ่อนเพลียเรื้อรัง ความอึดลดลง
อาการไม่มีเรี่ยวแรงในการทำกิจวัตรประจำวัน มักถูกมองข้ามว่าเป็นเพียงผลจากการนอนไม่หลับหรือความเครียดสะสม แต่ในทางการแพทย์ การที่ความอึดของร่างกายลดลงอย่างเห็นได้ชัด บ่งชี้ว่าหัวใจสูบฉีดเลือดลดลง หรือร่างกายส่งออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
4. ปวดร้าวลามไปส่วนอื่นของร่างกาย
เนื่องจากระบบประสาทเชื่อมต่อถึงกัน อาการปวดจากโรคหัวใจจึงไม่จำกัดแค่ที่หน้าอก แต่อาจปวดร้าวไปยังกราม คอ หลัง หรือแขนซ้าย ซึ่งคนมักคิดว่าเป็นอาการข้ออักเสบหรือนอนผิดท่า จุดสังเกตสำคัญคือ อาการปวดนี้จะแย่ลงเมื่อออกแรง และดีขึ้นเมื่อได้หยุดพัก
อันตรายจาก "โรคหัวใจเงียบ" ภัยร้ายที่ไม่แสดงอาการชัดเจน
อีกหนึ่งสิ่งที่คุณควรตระหนักคือ ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคหัวใจทุกคนจะมีอาการแสดงออกชัดเจน สถิติจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ระบุว่า มากถึง 1 ใน 5 ของผู้ป่วยภาวะหัวใจวาย (Heart Attack) เป็นลักษณะของ "ภาวะหัวใจวายเงียบ" (Silent Heart Attack) ซึ่งหมายความว่าเกิดความเสียหายขึ้นกับกล้ามเนื้อหัวใจโดยที่ไม่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอกแบบทั่วไป หรือมีอาการน้อยมากจนผู้ป่วยไม่ทันสังเกต
ดร.เฉิง-ฮัน เฉิน (Dr. Cheng-Han Chen) ผู้อำนวยการ Structural Heart Program จาก MemorialCare Saddleback Medical Center อธิบายว่า ภาวะนี้พบบ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากมีอาการเส้นประสาทเสื่อม ทำให้รับรู้ความเจ็บปวดลดลง หรือบางรายมีอาการแต่คิดว่าเป็นโรคอื่นจึงไม่ไปพบแพทย์
แนวทางป้องกันและตรวจเช็กสุขภาพ
หากคุณมีปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง เป็นเบาหวาน หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ ดร.ไทเลอร์ แนะนำให้เข้าพบแพทย์เพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) หรือตรวจสมรรถภาพหัวใจ (Stress Test) ซึ่งแม่นยำกว่าการเดาอาการเอง
นอกจากนี้ ดร.เฉิน แนะนำให้ปรับพฤติกรรม: กินอาหารโซเดียมต่ำ, ออกกำลังกายสม่ำเสมอ, งดบุหรี่-แอลกอฮอล์, ควบคุมน้ำหนัก, นอนหลับให้เพียงพอ และเลี่ยงความเครียด เพื่อปกป้องหัวใจในระยะยาว



