กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า ประเทศไทยมีอัตราการคลอดของแม่วัยรุ่นอายุ 15-19 ปี สูงเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากลาว โดยเฉลี่ยปีละประมาณ 70,000 ราย คิดเป็นอัตรา 35 ต่อ 1,000 ประชากรวัยรุ่นหญิง สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสังคมและการขาดความรู้ด้านเพศศึกษาที่ถูกต้อง
สถิติและผลกระทบจากการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
จากข้อมูลของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่าในปี 2566 มีแม่วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี คลอดบุตรถึง 68,432 ราย คิดเป็นร้อยละ 12.5 ของการคลอดทั้งหมด โดยในจำนวนนี้เป็นแม่ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ถึง 2,145 ราย ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด
นางสาวสมหญิง กลิ่นขจร ผู้อำนวยการกองอนามัยวัยรุ่น กรมอนามัย กล่าวว่า "การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นส่งผลกระทบรุนแรงทั้งต่อตัวแม่และเด็ก โดยแม่วัยรุ่นมีโอกาสเสียชีวิตระหว่างคลอดสูงกว่าแม่วัยผู้ใหญ่ถึง 2-4 เท่า และเด็กที่เกิดจากแม่วัยรุ่นมีโอกาสเสียชีวิตในขวบปีแรกสูงกว่าเด็กทั่วไปถึง 3 เท่า"
สาเหตุหลักของปัญหา
สาเหตุสำคัญที่ทำให้อัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นไทยยังคงสูง เกิดจากปัจจัยหลายประการ ได้แก่ การขาดความรู้เรื่องเพศศึกษาที่ถูกต้อง การเข้าถึงบริการคุมกำเนิดที่จำกัด โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท และทัศนคติทางสังคมที่ยังไม่เปิดกว้างต่อการพูดคุยเรื่องเพศในครอบครัว
นอกจากนี้ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่าเยาวชนไทยมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกอายุเฉลี่ยเพียง 16.5 ปี ขณะที่การใช้ถุงยางอนามัยครั้งแรกมีเพียงร้อยละ 30 เท่านั้น ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการตั้งครรภ์ไม่พร้อม
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม
การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพ แต่ยังสร้างภาระทางเศรษฐกิจแก่ประเทศ โดยแม่วัยรุ่นส่วนใหญ่ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน ทำให้ขาดโอกาสทางการศึกษาและมีรายได้ต่ำในอนาคต จากข้อมูลของธนาคารโลก พบว่าการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นทำให้ประเทศไทยสูญเสียผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ถึงปีละประมาณ 1.2 แสนล้านบาท จากการที่แม่วัยรุ่นไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ
แนวทางแก้ไขของภาครัฐ
กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ดำเนินโครงการ "วัยรุ่นไทยรู้ทัน ป้องกันท้องก่อนวัย" โดยเน้นการให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาอย่างถูกต้องในโรงเรียน การแจกจ่ายถุงยางอนามัยฟรีในสถานศึกษา และการจัดตั้งคลินิกวัยรุ่นในโรงพยาบาลทุกจังหวัด
นางสาวสมหญิง กล่าวเพิ่มเติมว่า "เราต้องการลดอัตราการคลอดของแม่วัยรุ่นให้เหลือต่ำกว่า 25 ต่อ 1,000 ประชากรวัยรุ่นหญิงภายในปี 2570 ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งครอบครัว โรงเรียน และชุมชน"
อย่างไรก็ดี นักวิชาการบางส่วนมองว่ามาตรการของรัฐยังไม่เข้มแข็งพอ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้เยาว์ และการควบคุมสื่อลามกที่เข้าถึงง่าย ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ



