ไทยเบฟฯ สานต่อโครงการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ปีที่ 5 พร้อมนวัตกรรม AI Deep GI
ไทยเบฟฯ คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ปีที่ 5 ด้วย AI Deep GI

ไทยเบฟฯ เดินหน้าสานต่อโครงการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นปีที่ 5 พร้อมใช้เทคโนโลยี AI ยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพ

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ และเครือข่ายพันธมิตรสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร ดำเนินโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ประจำปี 2569 ณ โรงพยาบาลคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5

โครงการนี้สืบสานเจตนารมณ์ของคุณเจริญและคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ที่มุ่งส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของประชาชน โดยในปีนี้ได้นำนวัตกรรมทางการแพทย์ "Deep GI" ซึ่งเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาโดยคนไทย มาใช้ในการตรวจคัดกรอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการวินิจฉัยให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล ส่งผลให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการแพทย์ได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงมากขึ้น

ผลการตรวจพบผู้ป่วยเสี่ยงและความสำคัญของการคัดกรองตั้งแต่เนิ่นๆ

นายแพทย์โพธิ์ศรี แก้วศรีงาม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคลองขลุง กล่าวว่า โครงการนี้มีประโยชน์อย่างมากต่อสาธารณสุขของชาวกำแพงเพชร โดยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่พบมากเป็นอันดับ 3 ของมะเร็งทุกชนิด และเป็น 1 ใน 3 สาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในคนไทย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สำหรับปี 2569 มีประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ผ่านการตรวจ FIT Test และพบความผิดปกติ ได้รับการตรวจโดยการส่องกล้องจำนวน 140 ราย ในจำนวนนี้พบติ่งในลำไส้จากการส่งตรวจชิ้นเนื้อ 84 ราย และมีผู้ป่วยที่มีแนวโน้มเป็นมะเร็งลำไส้ 5 ราย การตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็งและเพิ่มโอกาสในการรักษาหาย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ความร่วมมือจากเครือข่ายแพทย์และเป้าหมายการขยายผลนวัตกรรม

ศาสตราจารย์นายแพทย์รังสรรค์ ฤกษ์นิมิต ผู้ช่วยอธิการบดีด้านนวัตกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า โครงการนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ด้วยการสนับสนุนจากไทยเบฟเวอเรจ ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ในการรวบรวมแพทย์จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ้าหน้าที่พยาบาลโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และทีมแพทย์จากโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ โรงพยาบาลกำแพงเพชร โรงพยาบาลขาณุวรลักษบุรี โรงพยาบาลคลองลาน และโรงพยาบาลเมดพาร์ค

นอกจากนี้ คณะแพทยศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ Deep GI เพื่อช่วยแพทย์ในการส่องกล้องตรวจหาติ่งเนื้อ ซึ่งทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยที่เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย ระบบนี้เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาโดยคนไทย มีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล และผลิตได้ภายในประเทศในราคาที่เข้าถึงได้ โดยมีเป้าหมายให้โรงพยาบาลทั่วประเทศสามารถนำไปใช้เพื่อยกระดับคุณภาพการตรวจให้มีมาตรฐานเดียวกันอย่างทั่วถึง