ไทยผงาดต้นน้ำชิปโลก จับมือ Lumentum ยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ปั้นอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์รองรับ AI
ไทยจับมือ Lumentum ปั้นอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์รองรับ AI

ไทยผงาดต้นน้ำชิปโลก จับมือ Lumentum ยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ปั้นอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์รองรับ AI

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับบริษัท Lumentum ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากซิลิคอนวัลเลย์ของสหรัฐอเมริกา โดยมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อวางรากฐานอุตสาหกรรม "โฟโตนิกส์" ในประเทศไทย โดยมุ่งยกระดับจากฐานการผลิตขั้นปลายไปสู่การเป็น "ผู้ออกแบบชิป" ต้นน้ำของโลก ซึ่งจะรองรับโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในอนาคต

ความร่วมมือประวัติศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

ในพิธีลงนามซึ่งจัดขึ้นที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. (โยธี) ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า ความร่วมมือกับ Lumentum ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของกระทรวง อว. ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวข้ามจากการเป็นเพียงฐานการผลิตขั้นปลาย ไปสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและกำลังคนระดับสูงในห่วงโซ่อุปทานต้นน้ำของโลก

หัวใจสำคัญของนโยบายนี้คือการสร้างระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ที่ยั่งยืน ผ่านกลไก Triple Helix ที่เชื่อมโยงภาคนโยบาย ภาควิจัย และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยกระทรวง อว. มุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปการพัฒนากำลังคนในสาขาโฟโตนิกส์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงผ่านโปรแกรมการผลิตบัณฑิตสมรรถนะสูง และการ Upskill/Reskill แรงงานในระบบ เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่าง AI และ Cloud Infrastructure

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและการวิจัย

นอกจากนี้ กระทรวง อว. ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย เช่น ห้องปฏิบัติการของ TMEC และศูนย์ฝึกอบรมระดับชาติที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ให้กลายเป็น Sandbox ในการสร้างนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง (Applied Research) ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนวัตกรรม Made in Thailand ให้ไปปรากฏอยู่ในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของโลกอย่างภาคภูมิใจ

นายไมเคิล เฮอร์ลิสตัน ประธานบริษัทและกรรมการผู้จัดการ Lumentum กล่าวว่า ในฐานะผู้นำเทคโนโลยีโฟโตนิกส์ที่ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center ระดับโลก Lumentum เล็งเห็นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นฐานสำคัญของห่วงโซ่อุปทานยุคใหม่ ความร่วมมือนี้จะเป็นการเปิดประตูสู่การสร้างประสบการณ์จริงผ่านโครงการอุตสาหกรรมและการฝึกงาน (Internship) เพื่อให้นักศึกษาและนักวิจัยไทยได้สัมผัสกับเทคโนโลยีเลเซอร์และอุปกรณ์แสงขั้นสูงที่ใช้งานจริงในอุตสาหกรรมระดับสากล

การพัฒนากำลังคนและงานวิจัย

ดร.ปรอง กองทรัพย์โต ผู้อำนวยการอาวุโส และ Chief of Staff (COS) Lumentum - NSTC กล่าวว่า จุดเด่นของความร่วมมือนี้คือการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยจะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรทางวิชาการทั้งในระดับปริญญาและหลักสูตรระยะสั้น (Non-degree) ที่เน้นเฉพาะทางด้านโฟโตนิกส์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อเตรียม Workforce Training ให้พร้อมรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมที่กำลังต้องการคนเก่งเข้าไปเติมเต็มในระบบเศรษฐกิจ

ศ.ดร. ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ย้ำถึงบทบาทด้านงานวิจัยว่า สวทช. โดยศูนย์ TMEC จะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้าน Microelectronics และการวิจัยประยุกต์เพื่อเชื่อมโยงภาคนโยบายเข้ากับภาคปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือกับ Lumentum จะช่วยยกระดับให้ไทยขยับจากผู้รับจ้างประกอบ (Assembly) ไปสู่การเป็นผู้ออกแบบและพัฒนานวัตกรรมต้นน้ำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์การแข่งขันของประเทศในยุค Digital Economy

รศ.ดร. ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ระบุว่า ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการผลิตกำลังคนผ่านศูนย์ฝึกอบรมด้านเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ (MUT-NSTC) พร้อมนำองค์ความรู้มาต่อยอดสู่การทำ Applied Research และการพัฒนาห้องปฏิบัติการวิจัย (Lab Enhancement) ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้แน่ใจว่าสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ของไทยสอดคล้องกับมาตรฐานการผลิตจริงของโลก

ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการลงนามทางธุรกิจ แต่เป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศไทย โดยมุ่งสร้างความยั่งยืนและความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก