บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เปิดตัวโครงการ WellEra (เวล-เอ-ร่า) Wellness-Integrated Ecosystem ลงทุนกว่า 29,000 ล้านบาท บนพื้นที่ย่านลุมพินี ภายใต้แนวคิด “THE DNA OF WORLD WELL-LIVING” โดยมีกำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2573
WellEra ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก
โครงการ WellEra ประกอบด้วย Wellness Residence ที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพ, BDMS Wellness Clinic คลินิกดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน, Urban Wellness Retreat พื้นที่พักผ่อนฟื้นฟูสุขภาพ และ Lifestyle Retail พื้นที่ร้านค้าและบริการสำหรับการใช้ชีวิต โดยมี Capella แบรนด์ Luxury Hospitality ร่วมพัฒนาในส่วนที่พักอาศัย
BDMS เดินหน้าสู่ Wellness Ecosystem
แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BDMS กล่าวว่า ตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา BDMS ได้รับความไว้วางใจทั้งชาวไทยและนานาชาติ โดยวันนี้กำลังก้าวจากบทบาทผู้ให้บริการทางการแพทย์สู่การร่วมสร้างอนาคตด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิต ด้วยวิสัยทัศน์ที่มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งสังคมผู้สูงอายุ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และความต้องการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ BDMS จึงวางรากฐาน Preventive Medicine และ Personalized Healthcare มาอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ Wellness จะกลายเป็นเมกะเทรนด์ของโลก โดยเริ่มจาก RoyalLife Wellness Clinic สู่ BDMS Wellness Clinic และต่อยอดสู่ WellEra
“BDMS เดินหน้าพัฒนา WellEra ภายใต้งบลงทุนกว่า 29,000 ล้านบาท เพื่อสร้างต้นแบบ Wellness-Integrated Ecosystem ที่หลอมรวมองค์ความรู้ด้านสุขภาพ การแพทย์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการใช้ชีวิต ภายใต้แนวคิด ‘THE DNA OF WORLD WELL-LIVING’ พื้นที่ที่จะทำให้สุขภาพที่ดีไม่ใช่เพียงเป้าหมาย แต่ตอบโจทย์ความต้องการของโลกที่กำลังมองหาต้นแบบการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่” แพทย์หญิงปรมาภรณ์ กล่าว
Healthspan Gap และโอกาสของไทย
นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มบีดีเอ็มเอส เวลเนส กล่าวว่า ปัจจุบันมนุษย์ทั่วโลกมีอายุขัยเฉลี่ย (Lifespan) 71.4 ปี แต่มีช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี (Healthspan) เพียง 61.9 ปี ขณะที่คนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 75.3 ปีและ Healthspan 65.8 ปี สะท้อนว่าผู้คนจำนวนมากต้องใช้เวลากว่า 10 ปีสุดท้ายอยู่กับความเจ็บป่วย องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าพฤติกรรมการใช้ชีวิตและสภาพแวดล้อมมีบทบาทสำคัญไม่แพ้พันธุกรรม ส่งผลให้แนวคิดด้านสุขภาพเปลี่ยนจาก Reactive Healthcare สู่ Proactive Healthcare และ Scientific Wellness
“ปัจจุบัน Global Wellness Economy มีมูลค่ากว่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าจะเติบโตสู่ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2572 ขณะที่ประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.4 ล้านล้านบาท โดย Wellness Tourism เติบโตถึง 36.4% และ Wellness Real Estate ขยายตัวกว่า 22.9%” นายแพทย์ตนุพล กล่าว
WellEra Ecosystem และมาตรฐานระดับโลก
WellEra นำหลักการดูแลสุขภาพเชิงวิทยาศาสตร์และเวชศาสตร์ป้องกันสู่การใช้ชีวิตประจำวัน ผ่าน 4 องค์ประกอบหลักที่ทำงานเชื่อมโยงกัน ได้แก่ Branded Residence 45 ชั้น 262 ยูนิต ภายใต้แบรนด์ Capella, Wellness Clinic, Urban Wellness Retreat 20 ชั้น 168 ห้องพัก และ Lifestyle Retail
โครงการได้รับการออกแบบตามมาตรฐาน LEED Gold, Fitwel 3-Star และ WELL Platinum โดยเน้นการจัดการคุณภาพอากาศ (Air) ด้วยระบบกรอง PM2.5 สูงถึง 95% ระดับ MERV-14, คุณภาพน้ำ (Water) ด้วยระบบ Carbon Filtration และ UV, แสง (Light) แบบ Circadian-Friendly Light Design ค่า UGR ≤16, เสียง (Sound) ด้วย High Performance Wall มาตรฐาน STC-60, และอุณหภูมิความชื้น (Thermal) ควบคุมที่ 50-65% RH ตามมาตรฐาน ASHRAE
Capella Residences Bangkok แห่งแรกในไทย
นายโรแลนด์ ฟาเซิล ประธานกลุ่มบริษัท Capella Hotel Group กล่าวว่า “ที่ Capella เราเชื่อว่าสถานที่ที่ดีที่สุดไม่ใช่เพียงสถานที่ที่ผู้คนอาศัยอยู่ แต่เป็นสถานที่ที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ดีขึ้นในทุกวัน WellEra นำมิติด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีมาเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบการอยู่อาศัย สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างสมดุลทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม”
Smile Building และ Biophilic Design
นางสาวฐิติพร หนูคง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ BDMS กล่าวว่า WellEra เกิดจากการทำงานร่วมกันของผู้ชำนาญการทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “Smile Building” ที่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกปลอดภัย ความสบายใจ การเชื่อมต่อกับธรรมชาติ และการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน โดยร่วมพัฒนากับ KPF สถาปนิกชั้นนำจากนิวยอร์ก ผสานมาตรฐานสากลกับ Thai Hospitality
“WellEra ไม่ได้ถูกพัฒนาให้เป็นเพียงโครงการอสังหาริมทรัพย์ แต่คือระบบชีวิตรูปแบบใหม่ที่เชื่อม Healthcare, Wellness, Hospitality และ Urban Living เข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์ เพื่อยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของผู้คน พร้อมสนับสนุนบทบาทของกรุงเทพมหานครและประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาวะระดับโลก” นางสาวฐิติพร กล่าวสรุป



