กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าปั้น SME ไทยสู่ CEO Influencer เปิดหลักสูตร TIJ#3 สร้างมูลค่าการค้า
กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศเดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีไทย สู่การเป็น ซีอีโออินฟลูเอนเซอร์ อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดหลักสูตร ปั้นเจ้าของธุรกิจให้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ รุ่นที่ 3 หรือ The Influencer Journey (TIJ#3) เพื่อเสริมทักษะการสร้างคอนเทนต์ การไลฟ์ขายสินค้า และการสร้างแบรนด์บนแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างมืออาชีพ หลังจากที่หลักสูตรนี้ประสบความสำเร็จในการปั้นผู้ประกอบการไปแล้ว 2 รุ่น รวมกว่า 2,455 ราย ซึ่งสร้างมูลค่าการค้ารวมสูงถึง 1,062 ล้านบาท โดยเฉพาะในปี 2568 ที่สามารถสร้างยอดขายได้กว่า 500 ล้านบาท จากกิจกรรมไลฟ์มาราธอนเพียง 2 เดือนเท่านั้น
รมว.พาณิชย์เผยเป้าหมายยกระดับ SME สู่เศรษฐกิจดิจิทัล
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดหลักสูตร TIJ#3 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ ว่า กระทรวงพาณิชย์มีจุดมุ่งหมายสำคัญในการพัฒนาทักษะผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีไทย ให้สามารถขายสินค้าด้วยตนเองจนก้าวสู่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์หรือซีอีโออินฟลูเอนเซอร์ ที่สามารถสร้างตัวตน สร้างแบรนด์ และขยายยอดขายบนแพลตฟอร์มดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน
รมว.พาณิชย์กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักสูตร TIJ#3 นี้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะผู้ประกอบการไทยให้สามารถสร้างคอนเทนต์ ไลฟ์ขายสินค้า และสร้างแบรนด์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับปีนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมหลักสูตรทั้งในรูปแบบออนไซต์และออนไลน์กว่า 2,000 ราย และได้รับเกียรติจากอินฟลูเอนเซอร์และนักธุรกิจชื่อดังร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ อาทิ
- คุณอิน สาริน รณเกียรติ เจ้าของแบรนด์ทาร์ตไข่ YOLK และขนม Holiday Pastry
- คุณโอม ปัณฑพล ประสารราชกิจ ผู้บริหารค่ายเพลง Gene Lab
- คุณนัท นิสามณี เลิศวรพงศ์ เจ้าของเครื่องสำอางแบรนด์ Lip it
- คุณแต๋ง กฤษฏิ์กุล ชุมแก้ว ผู้ก่อตั้งร้าน After Yum
- คุณจูดี้ จารุกิตติ์ ศรีสวัสดิ์ และคุณแพรรี่ ไพรวัลย์ วรรณบุตร อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง
- คุณซันนี่ จาวลา ยูทูปเบอร์ด้านเทคโนโลยีเจ้าของช่อง Sunnylogy
- คุณปุ้ย ปริวรรตน์ อรุโณทยานันท์ เจ้าของและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ moodata.me
กิจกรรมต่อเนื่องและรางวัลเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ
หลังจากนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะคัดเลือกผู้ประกอบการจำนวน 150 ราย เพื่อร่วมมหกรรมไลฟ์มาราธอน (Live Marathon) จำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์ม Shopee LIVE และ TikTok LIVE ระหว่างวันที่ 1 – 10 เมษายน 2569 ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการได้ทดลองตลาดจริง เพิ่มยอดขาย และขยายฐานลูกค้าบนแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม
ต่อจากนั้น จะมีการเฟ้นหา 30 คนสุดท้าย เข้าสู่กิจกรรมไฮไลท์ Influencer Bootcamp ที่จะเข้าร่วมพัฒนาศักยภาพเชิงลึกเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน โดยได้รับการติวเข้มจากผู้เชี่ยวชาญและอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียงมากกว่า 10 ท่าน อาทิ คุณมอสมัดจุก ครีเอเตอร์สายเอนเตอร์เทน คุณบีม สรีดา เจ้าของแบรนด์ความงาม คุณปุยฝ้าย ปุยแสบปาก นักไลฟ์ขายน้ำพริก คุณอาร์ม GoodSunday ครีเอเตอร์สายไวรัล คุณจูเนียร์ HAAB นักสร้างแบรนด์อาหารและเครื่องดื่ม คุณเฟิร์น ATIPA Shop เจ้าของแบรนด์แฟชั่น คุณง้วงติดกระดุมเม็ดแรก กูรูการตลาดออนไลน์ และคุณเจมส์ Insightist เทรนเนอร์ AI
เมื่อจบกิจกรรม Influencer Bootcamp แล้ว ผู้ประกอบการจะเข้าสู่กิจกรรม Influencer Challenge ผ่านการประชาสัมพันธ์ร้านค้าที่ช่องทางดิจิทัลต่างๆ เช่น โซเชียลมีเดีย บล็อก วิดีโอบล็อก และคลิปสั้นบนแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้ ความน่าเชื่อถือ เพิ่มยอดผู้ติดตาม และยอดขายในตลาดออนไลน์
และสุดท้ายคือกิจกรรม DBD Influencer Award โดยผู้ประกอบการที่สามารถสร้างตัวตนบนแพลตฟอร์มดิจิทัล สร้างยอดขาย มีจำนวนผู้ติดตาม และการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคที่โดดเด่นจะได้รับรางวัล DBD Influencer Award พร้อมโอกาสเจรจาจับคู่ธุรกิจ เพื่อยกย่อง เชิดชู และสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการมุ่งพัฒนาร้านค้าและศักยภาพทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
พันธมิตรและความสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล
รมว.พาณิชย์ยังได้ขอบคุณพันธมิตรแพลตฟอร์มชั้นนำ เช่น AIYA Flash Express, Google, Kcoslive, Kollective One, NexGen Commerce, Reezlive, Shopee, Shout, TikTok, และ Tell Score ที่ร่วมกันพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้เติบโตได้แบบมืออาชีพ พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ โปรโมชัน และเครื่องมือดิจิทัลที่จะเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้แข่งขันได้ในตลาดโลก
นางศุภจี กล่าวทิ้งท้ายว่า "ขอให้ทุกท่านหาตัวตนให้เจอ หาวิธีทำให้ธุรกิจของเรามีความเข้มแข็ง มีความปัง กระทรวงพาณิชย์ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมสนับสนุนทุกท่านอย่างเต็มที่"
ปัจจุบัน อีคอมเมิร์ซ ถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยในปี 2567 มูลค่าการค้าออนไลน์ของไทยสูงถึง 14.7 ล้านล้านบาท เติบโตกว่าร้อยละ 153 ส่งผลให้ไทยมีขนาดตลาดอีคอมเมิร์ซใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากอินโดนีเซีย สะท้อนว่าการค้าดิจิทัลไม่ใช่เพียงทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี มากกว่า 3.25 ล้านราย ซึ่งเป็นฐานธุรกิจสำคัญของระบบเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ยังมีผู้สร้างคอนเทนต์และอินฟลูเอนเซอร์มากกว่า 3 ล้านราย โดยตลาดคอนเทนต์ครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์มีมูลค่ารวมกว่า 45,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยมากกว่า 20% ต่อปี โดยผู้บริโภคให้ความเชื่อถือ Micro และ Nano Influencer มากขึ้น
การที่เจ้าของธุรกิจสามารถลุกขึ้นมาสร้างตัวตนของตนเองได้จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มยอดขายและสร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาว สอดคล้องกับเป้าหมายรัฐบาลที่ต้องการผลักดัน เอสเอ็มอี ให้มีสัดส่วนทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของ GDP ภายในปี 2570 ดังนั้น หลักสูตร TIJ#3 จะช่วยเพิ่มยอดขาย และเปลี่ยนเจ้าของธุรกิจให้กลายเป็นแบรนด์ที่มีชีวิต มีตัวตน และมีพลังในการสื่อสารกับผู้บริโภคได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยให้ เอสเอ็มอีไทย เติบโตอย่างมั่นคง และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในอนาคตต่อไป



