SCB เตือนภาคธุรกิจปรับตัวรับความผันผวนตลาดโลก คาดเศรษฐกิจปี 69 โตเพียง 1.8%
SCB เตือนธุรกิจปรับตัวรับความผันผวนโลก เศรษฐกิจปี 69 โต 1.8%

SCB เตือนภาคธุรกิจเร่งปรับตัวรับความผันผวนตลาดโลก คาดเศรษฐกิจปี 2569 โตเพียง 1.8%

นายแพททริก ปูเลีย รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Financial Markets ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทในปี 2568 ที่ผ่านมาแข็งค่ากว่า 8% ต่อปี และมีความผันผวนสูงกว่าอดีต ส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ส่งออกไทยและมีนัยต่อ GDP ของประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการไทยตระหนักถึงความจำเป็นในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น

ความท้าทายในปี 2569 และแนวโน้มค่าเงินบาท

สำหรับตลาดการเงินในปี 2569 ธนาคารประเมินว่ายังคงเป็นปีที่มีความท้าทายจากหลายปัจจัยสำคัญ อาทิ ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่ส่งผลต่อเสถียรภาพตลาดโลก แนวโน้มนโยบายเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ที่อาจเปลี่ยนแปลง ทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของห่วงโซ่อุปทานจากการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีดิจิทัลและการนำ AI มาใช้ในภาคธุรกิจมากขึ้น

โดยประเมินสถานการณ์เงินบาทในปี 2569 ว่ามีความผันผวนสูงขึ้นตามทิศทางตลาดการเงินโลก และมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในโซนแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับแรงหนุนจากปัจจัยการเมืองในประเทศที่ชัดเจนขึ้นหลังการเลือกตั้ง ส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเกือบ 1 แสนล้านบาท สะท้อนว่ามุมมองของนักลงทุนต่างชาติต่อตลาดไทยเริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางบวก

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากนี้ ทิศทางเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงตามภาวะตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่เริ่มอ่อนแอ ทำให้คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีนี้ 2 ครั้ง ขณะที่ราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นจากความไม่แน่นอนของสงครามและกระแสการลงทุนในด้าน AI ยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันให้เงินบาทแข็งค่า

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการและแนวโน้มเศรษฐกิจ

โดยคาดว่าแนวโน้มค่าเงินบาทในช่วงครึ่งปีแรกจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.00 - 32.00 บาทต่อดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันให้อ่อนค่าลงชั่วคราวในช่วงปลายไตรมาสแรกถึงต้นไตรมาสที่สอง เนื่องจากปัจจัยทางฤดูกาลที่ภาคธุรกิจมีการส่งเงินปันผลกลับประเทศ และเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวที่รายได้เงินตราต่างประเทศลดลง

จึงแนะนำผู้ประกอบการผู้นำเข้าควรพิจารณาเข้าซื้อในช่วงเงินบาทแข็งค่าที่ระดับ 30.75-31.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่วนผู้ส่งออกควรพิจารณาขายที่ระดับ 31.50-32.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะในช่วงที่มีความตึงเครียดในต่างประเทศ ซึ่งอาจหนุนให้เงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าชั่วคราว

การแทรกแซงของธปท. และนโยบายการเงิน

จากสถานการณ์เงินบาทที่เคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่าอย่างต่อเนื่องจนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พยายามคุมให้อยู่ในระดับ 31.00 บาทต่อดอลลาร์นั้น ข้อมูลจากการแกะงบเงินสำรองระหว่างประเทศพบว่า แม้รายงานจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะยังไม่จัดให้ประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์ผู้ปั่นแต่งค่าเงิน เนื่องจากสัดส่วนการแทรกแซงยังไม่ถึง 2% ต่อ GDP แต่เมื่อหักลบปัจจัยด้านราคาออกไป จะเห็นว่าธปท. เข้าแทรกแซงตลาดในปริมาณที่สูงกว่าปีที่แล้วอย่างมาก เพื่อทำหน้าที่เป็นแนวรับไม่ให้บาทแข็งค่าหลุด 31 บาท โดยตัวเลขล่าสุดขยับใกล้เพดาน 2% ต่อ GDP

ส่วนที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงล่าสุด 0.25% มาอยู่ที่ 1.00% นั้น นายแพททริกมองว่าเป็นการดำเนินนโยบายที่เร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่อาจเติบโตเพียงระยะสั้นจากปัจจัยชั่วคราว และถือว่าเหนือความคาดหมายของตลาด ซึ่งส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นปรับลดลงทันที

กลยุทธ์สนับสนุนลูกค้าธุรกิจของ SCB

ธนาคารยังส่งเสริมแนวคิดการกระจายความเสี่ยงด้านสกุลเงิน เพื่อลดการพึ่งพาสกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่งเพียงอย่างเดียว ช่วยเลี่ยงผลกระทบจากความผันผวนของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการต้นทุนและรายได้อย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น

ดังนั้น SCBFM ได้กำหนด 3 กลยุทธ์สำคัญในการสนับสนุนลูกค้าธุรกิจในปี 2569 ได้แก่

  • FX Advisory: บริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการให้คำแนะนำเชิงลึกในการเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจของลูกค้า ตั้งเป้าปีนี้แนะนำผู้ประกอบการเพิ่มสัดส่วนการใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็น 70-80% เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน
  • Go Global: สนับสนุนลูกค้าลงทุนต่างประเทศ ธนาคารพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ เช่น บัญชี E-FCD และ Structured Notes อ้างอิงสินทรัพย์หลากหลาย ทั้งหุ้นสหรัฐฯ ทองคำ และอัตราดอกเบี้ย มีทางเลือกทั้งเงินบาทและดอลลาร์สหรัฐฯ ช่วยสร้างผลตอบแทนจากตลาดโลก
  • Digital & AI: นำมาใช้พัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์เป็น Digital Hedging Ecosystem เพื่อบริหารความเสี่ยงครบวงจร โดยเฉพาะ FX Online ที่เติบโตกว่า 30% ในปี 2568 และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนธุรกรรมออนไลน์เป็นมากกว่า 50% ภายในปี 2569 พร้อมนำ AI มาช่วยวิเคราะห์และแนะนำการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยให้แม่นยำขึ้น

โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเติบโตที่ 1.8% ขณะที่ธปท. ประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโต 1.9% สะท้อนถึงความท้าทายที่ภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัวรับมือกับความผันผวนของตลาดโลก