LH Bank ตั้งเป้าโต 10-12% ในปี 2569 รุกตลาด SME แม้ความเสี่ยงสูง ย้ำไม่แข่งหั่นดอกเบี้ย
LH Bank ตั้งเป้าโต 10-12% รุกตลาด SME ย้ำไม่แข่งหั่นดอกเบี้ย

LH Bank ประกาศกลยุทธ์ปี 2569 มุ่งเติบโต 10-12% พร้อมรุกตลาด SME แม้ความเสี่ยงสูง

ในขณะที่ตลาดสินเชื่อธนาคารพาณิชย์รวมเครือข่ายในปี 2568 หดตัวลง 1.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และติดลบต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 6 ไตรมาส โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีที่หดตัวถึง 4.1% ติดต่อกัน 14 ไตรมาส ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ หรือ LH Bank กลับประกาศแผนรุกสวนกระแสด้วยเป้าหมายการเติบโต 10-12% ในปี 2569 นี้

ตั้งเป้าสินเชื่อ SME เพิ่มเป็น 6,000 ล้านบาท เน้นคัดกรองด้วยเทคโนโลยี AI

นายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ LH Bank เปิดเผยว่า ธนาคารซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 1.6% และถือเป็นธนาคารขนาดเล็ก มองว่าสถานะนี้เป็น "ข้อได้เปรียบ" ที่ช่วยให้ปรับตัวได้รวดเร็วและเข้าถึงลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้แม่นยำกว่าธนาคารขนาดใหญ่ โดยในปี 2569 นี้ LH Bank ตั้งเป้ายอดรวมสินเชื่อ SME ไว้ที่ 6,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากปี 2568 ที่อยู่ที่ 3,000 ล้านบาท

แม้กลุ่ม SME จะมีความเสี่ยงสูงและต้องตั้งสำรองสูงกว่าลูกค้ากลุ่มอื่น แต่ธนาคารจะมุ่งเน้นการคัดกรองลูกค้าอย่างรัดกุมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการ พร้อมรุกตลาดในกลุ่มธุรกิจที่ยังเติบโต เช่น อิเล็กทรอนิกส์และ AI รวมถึงขยายไปยัง SME ในต่างจังหวัด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ย้ำไม่แข่งขันด้วยการหั่นดอกเบี้ย เน้นบริการหลากหลายและเติบโตอย่างยั่งยืน

นายฉี ชิง-ฟู่ เน้นย้ำว่า LH Bank จะไม่แข่งขันด้วยการหั่นดอกเบี้ยสินเชื่อลง เนื่องจากต้องรักษากำไรเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน แต่จะมุ่งเน้นการบริการที่หลากหลายและสร้างประสบการณ์แบบ One Stop Service ให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม โดยใช้กลยุทธ์ Cross-selling ในสินเชื่อทุกประเภท

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นอกจากนี้ ธนาคารยังเดินหน้ากลยุทธ์การปรับดอกเบี้ยตามความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย (Risk-Based Pricing) สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล (Ploan) พร้อมขยายสินเชื่อธุรกิจและสนับสนุนสินเชื่อ Green Finance รวมถึงเร่งเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth Management, Trade Finance และ FX (อัตราแลกเปลี่ยน)

เตรียมรับมือความเสี่ยงและโอกาสจากตลาดเสมือนจริง

ด้านความเสี่ยงของหนี้เสีย (NPL) ที่อาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น LH Bank มองว่าจะสามารถควบคุมให้ต่ำกว่า 3% ได้ แม้ยอมรับว่าการตั้งสำรอง (ECL) อาจเพิ่มขึ้นตามขนาดพอร์ตสินเชื่อที่โตขึ้น แต่เชื่อมั่นว่าผลตอบแทนที่ได้รับจะคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

สำหรับการเกิดขึ้นของธุรกิจ Virtual Bank ที่คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในไตรมาส 2 ปี 2569 ธนาคารมองว่าจะเป็นผลดีต่อผู้บริโภคกลุ่ม Underserved แต่คาดว่าผลกระทบต่อ LH Bank จะมีจำกัด เนื่องจากฐานลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจและ Wealth ที่ต้องการบริการที่ปรึกษาและการจัดการที่ซับซ้อนกว่า

นายฉี ชิง-ฟู่ ยังกล่าวเสริมว่า แม้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจมีการควบคุมค่าธรรมเนียมธุรกรรมต่างๆ เพิ่มเติม แต่ LH Bank คาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากมีฐานรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่หลากหลายและแตกต่างกัน