ปตท. เร่งปรับโครงสร้างธุรกิจ ตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA-ยอดขายทุกส่วน พร้อมขยายพันธมิตรใหม่ภายในปี 2569
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT กำลังเร่งปรับแผนรับมือสถานการณ์ความผันผวนในปีนี้ โดยมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจให้มีรายได้ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้าหมายเพิ่ม EBITDA (กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) และยอดขายในทุกส่วนธุรกิจภายในปี 2569 รวมถึงแผนการเพิ่มพันธมิตรใหม่ๆ ที่คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปีเดียวกัน
แผนรับมือความผันผวนและปรับโครงสร้างธุรกิจ
ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เปิดเผยว่า ปี 2568 เต็มไปด้วยความผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายกำแพงภาษี และราคาพลังงานที่ปรับไปมา ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงต่อการทำธุรกิจในปี 2569 ดังนั้นบริษัทจึงต้องปรับตัวทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายใน โดยปรับโครงสร้างธุรกิจให้เติบโตได้แม้ในสภาวะที่โลกหันไปสู่พลังงานสะอาดและความยั่งยืน
สำหรับปี 2569 ปตท. คาดว่ายอดขายในทุกธุรกิจจะยังปรับตัวเพิ่มขึ้น เช่น ธุรกิจก๊าซ การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และอื่นๆ แม้ราคาน้ำมันยังไม่สามารถคาดการณ์ได้จากความไม่แน่นอนทั่วโลก แต่บริษัทจะมุ่งเพิ่มปริมาณการขายเพื่อเพิ่มกำไร โดยเชื่อว่าแรงส่งหลักที่ยอดขายเพิ่มขึ้นจะมาจากธุรกิจต้นน้ำถึงปลายน้ำ
เป้าหมายเพิ่ม EBITDA และกระแสเงินสด
ปตท. เน้นการยกระดับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ Profit Enhancement โดยมีแผนระยะสั้นในปีนี้ ดังนี้:
- โครงการ P1 ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 3,244 ล้านบาท
- โครงการ Domestic Products Management (D1) ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1,035 ล้านบาท
- โครงการ Mission X ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 20,000 ล้านบาท
- โครงการ AXIS ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 2,000 ล้านบาท
ส่วนการเพิ่มกระแสเงินสดคาดว่าจะแตะระดับ 100,000 ล้านบาท หลังจากปี 2568 ทำได้แล้วที่ 17,000 ล้านบาท
แผนหาพันธมิตรใหม่และขยายธุรกิจ
แม้ธุรกิจพลังงานแบบดั้งเดิมอาจไม่ได้ไปตามกระแสโลก แต่การปรับโครงสร้างไม่จำเป็นต้องเป็นธุรกิจใหม่เท่านั้น อาจเป็นธุรกิจเดิมที่ต้องปรับให้ต่างจากเดิม โดยกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานของปตท. จะมีการหาพันธมิตรใหม่ๆ มาสร้าง Synergy ซึ่งอยู่ระหว่างการพูดคุยเจรจาและคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปี 2569 เรื่องโครงการปรับพอร์ตการลงทุนของธุรกิจปิโตรเลียมและการกลั่น (Genesis)
พันธมิตรที่จะเข้ามาต้องเป็นระดับ Global ที่มีความแข็งแกร่งในธุรกิจนั้นๆ และช่วยสร้างการเติบโตให้บริษัทแบบก้าวกระโดด นอกจากนี้ ปตท. ยังเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่ๆ เช่น CCS และ Hydrogen โดยปี 2568 ที่ผ่านมาทำ Hydrogen/Ammonia Business Roadmap เสร็จเรียบร้อย และปี 2573 ตั้งเป้าหมายสร้างเครือข่ายการจัดหาและโครงสร้างพื้นฐานทดลองน้ำ Ammonia ใช้เป็นเชื้อเพลิงร่วมในโรงผลิตไฟฟ้า
ผลการดำเนินงานและแผนเงินปันผล
ผลการดำเนินงานในปี 2568 ปตท. และบริษัทย่อยมี EBITDA จำนวน 332,849 ล้านบาท ลดลง 16% จากปี 2567 เนื่องจากกลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมมีผลการดำเนินงานลดลงจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง รวมถึงกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นมีผลการดำเนินงานลดลง โดยในปี 2568 ปตท. และบริษัทย่อยมีผลขาดทุนประมาณ 12,000 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2567 ขาดทุนประมาณ 13,000 ล้านบาท
สำหรับเงินปันผลพิเศษที่ทำเป็นครั้งแรกนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามวาระ เช่น ในปี 2568 ที่มีเงินสดค่อนข้างสูง ดังนั้นปี 2569 ต้องดูแผนว่าจะแบ่งจัดสรรจ่ายปันผล หรือนำไปลงทุนโอกาสใหม่ๆ ในระยะกลางยาว
นอกจากนี้ ปตท. ได้เสนอแผนเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่จะเปิดเผยข้อมูลให้เป็นระบบมากขึ้น รวมถึงจะมีการตั้ง Commitment ที่ชัดเจน ส่วนบริษัทลูกในเครือจะทยอยเข้าโครงการเมื่อมีความพร้อม



