ซีพี แอ็กซ์ตร้าเผยกำไรปี 2568 ร่วง 11.5% เหลือ 9.3 พันล้านบาท แต่บอร์ดยังคงจ่ายปันผลเพิ่ม 0.53 บาท
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น CPAXT ได้รายงานผลประกอบการประจำปี 2568 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 520,706 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้น 1.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่กลับลดลง 11.5% มาอยู่ที่ 9,356 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 14.3% จากเดิม 14.4%
ปัจจัยกดดันกำไรจากกำลังซื้อที่อ่อนแอและกลยุทธ์การแข่งขัน
บริษัทชี้แจงว่า การลดลงของกำไรเกิดจากยอดขายในกลุ่มสินค้าอุปโภคที่ไม่ใช่อาหาร ซึ่งปกติมีกำไรขั้นต้นสูง ปรับตัวลดลง เนื่องจากลูกค้ามีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างจำกัด นอกจากนี้ บริษัทยังต้องใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อแข่งขันในตลาด ซึ่งส่งผลต่ออัตรากำไรโดยรวม
ภาพรวมธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก
สำหรับกลุ่มธุรกิจค้าส่งหรือ Makro ยังคงเป็นกำลังหลัก โดยมีรายได้จากการขายสินค้า 283,531 ล้านบาท เติบโตขึ้น 3.7% แรงหนุนสำคัญมาจากการเปิดสาขาใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึงยอดขายนอกร้านพร้อมการส่งสินค้าถึงลูกค้า (Omni Channel) ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ส่วนกลุ่มธุรกิจค้าปลีกหรือ Lotus's มีรายได้จากการขายสินค้า 215,685 ล้านบาท เติบโตเพียง 0.1% แม้สาขาในมาเลเซียจะทำผลงานได้ดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ แต่ในประเทศไทยกลับเผชิญกำลังซื้อที่ชะลอตัว นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 4/2568 ธุรกิจค้าปลีกยังเจอปัญหา "การถูกคุกคามจากภายนอกในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ" ทำให้ระบบขายออนไลน์และการจัดการสต็อกสินค้าสะดุดไปหลายสัปดาห์ แต่ปัจจุบันแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นผลกระทบแบบครั้งเดียว
ข่าวดีสำหรับผู้ถือหุ้น: บอร์ดเคาะจ่ายปันผลเพิ่ม 0.53 บาท
แม้กำไรจะลดลง แต่บอร์ดบริหารของ CPAXT ยังคงมีมติให้ผลตอบแทนคืนแก่ผู้ถือหุ้น โดยคณะกรรมการมีมติเสนอให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 รวมในอัตรา 0.71 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 79% ของกำไรสุทธิ
ก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ได้จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 0.18 บาทต่อหุ้น เมื่อเดือนกันยายน 2568 ดังนั้น จึงคงเหลือปันผลที่จะจ่ายเพิ่มอีก 0.53 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 20 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผล 7 พฤษภาคม 2569
มุมมองจากโบรกเกอร์: ไตรมาส 1/2569 ยังท้าทาย แนะเพียง "ถือ"
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์จากบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ประเมินทิศทางของ CPAXT ว่ากำไรในไตรมาส 1/2569 ยังมีแนวโน้มลดลงทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยได้รับแรงกดดันจากอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ยังคงอ่อนแอ ซึ่งสะท้อนจากภาพรวมในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ธุรกิจค้าส่งทำได้เพียงทรงตัว ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกหดตัวลงในระดับต่ำ
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่ายอดขายสาขาเดิมจะเริ่มค่อยๆ ฟื้นตัวได้ในช่วงไตรมาส 2/2569 โดยได้รับอานิสงส์จากปัจจัยด้านสภาพอากาศ จึงยังคงประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2569 ไว้ที่ระดับ 10,307 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 10%
จากมุมมองด้านปัจจัยพื้นฐาน แนะนำเพียง "ถือ" ให้ราคาเป้าหมายที่ 17.00 บาท เนื่องจากมองว่าในระยะสั้นราคาหุ้นอาจถูกกดดันจากผลกำไรหลักที่ออกมาอ่อนแอกว่าที่ฝ่ายวิจัยและตลาดคาดการณ์ไว้ รวมถึงแนวโน้มไตรมาสแรกที่ยังคงชะลอตัว ทำให้ปัจจุบัน บล.บัวหลวง ยังคงให้น้ำหนักความน่าสนใจไปที่หุ้น CPALL มากกว่า CPAXT
อย่างไรก็ตาม แนะนำให้นักลงทุนติดตามโอกาสในการกลับรายการตั้งสำรอง รวมถึงความคืบหน้าของโปรเจกต์ใหม่อย่าง "โครงการ Happitat" ที่เตรียมจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 2/2569 นี้



