CKPower เปิดผลประกอบการปี 2568 กำไรสุทธิพุ่ง 81% หนุนจากปริมาณน้ำและต้นทุนดอกเบี้ยลด
บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower ผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ในภูมิภาค เปิดเผยผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) จำนวน 2,323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,036 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 81 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การเติบโตนี้ส่วนใหญ่มาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) จำนวน 1,814 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 202 จากปีก่อน
ปัจจัยหนุนผลประกอบการจากปริมาณน้ำและต้นทุนทางการเงิน
นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ CKPower ระบุว่า การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีเฉลี่ยในปี 2568 ที่มากกว่าปีก่อนถึงร้อยละ 7 พร้อมกับการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินของ XPCL ยังลดลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก ซึ่งช่วยเสริมผลประกอบการให้แข็งแกร่งขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ก็มีผลการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมา โดยมีรายได้จากการขายไฟฟ้าจำนวน 4,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากปีก่อน เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 2 มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำในช่วงต้นปีและปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในปี 2568 สูงกว่าปีก่อน โดยเฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคมที่มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์
แนวโน้มการผลิตไฟฟ้าและความคืบหน้าโครงการหลวงพระบาง
นายธนวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของ NN2 ในช่วงต้นปี 2569 ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อน และมีปริมาณน้ำไหลเข้าในเดือนมกราคมมากกว่าปีก่อน ส่งผลดีต่อการบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 ที่โดยปกติจะมีฝนตกน้อย ส่วน XPCL มีปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าเฉลี่ยในเดือนมกราคมสูงกว่าปีก่อนเช่นกัน ซึ่งช่วยสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าต่อเนื่องถึงเดือนกุมภาพันธ์
สำหรับโครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 อยู่ที่ร้อยละ 65 ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ ด้านฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากสิ้นปี 2567 เนื่องจากการทยอยลงทุนเพิ่มเติมในบริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด (LPCL) และผลการดำเนินงานของ XPCL ที่เติบโตต่อเนื่อง
สถานะทางการเงินและความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน
CKPower มีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.26 เท่า เพิ่มขึ้น 0.40 เท่า ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.50 เท่า สะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาและประเทศไทยมีการปรับลดเพิ่มเติม จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและหนุนผลการดำเนินงานของบริษัทต่อเนื่องในปี 2569
นายธนวัฒน์ กล่าวว่า ปี 2568 เป็นอีกปีที่มีความท้าทายจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และบริบทด้านพลังงานที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถปรับตัวและบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับการประเมินจากเวทีทั้งในประเทศและระดับสากลตามมาตรฐานความยั่งยืน เช่น ASEAN CG Scorecard และนิตยสาร The Asset
นอกจากนี้ CKPower ยังได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ที่ระดับ "AAA" ซึ่งเป็นระดับสูงสุดจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน ESG100 บริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุนจากสถาบันไทยพัฒน์อย่างต่อเนื่อง บริษัทยังคงขับเคลื่อนการเติบโตผ่านการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนตลอดห่วงโซ่คุณค่า พร้อมเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย และเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593



