เบื้องหลังครัวทีมนอร์เวย์ดูแลฮาลันด์ฟุตบอลโลก 2026
เบื้องหลังครัวทีมนอร์เวย์ดูแลฮาลันด์ฟุตบอลโลก 2026

ภารกิจดูแลนักเตะ 70 ชีวิตในฟุตบอลโลก 2026

ทีมเชฟสามคนของทีมชาตินอร์เวย์กำลังเตรียมมื้อเที่ยงก่อนเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มกับฝรั่งเศส ที่โรงแรม The Westin Copley Place ย่าน Back Bay เมืองบอสตัน โดยต้องจัดเตรียมอาหาร 4 มื้อต่อวัน เพื่อรองรับทีมงานและนักเตะรวมกว่า 70 ชีวิต หากนอร์เวย์ผ่านเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศในวันที่ 19 กรกฎาคม ภารกิจในครัวจะกินเวลานานกว่า 54 วัน กับการเสิร์ฟอาหารมากกว่า 200 มื้อ

วัตถุดิบจากนอร์เวย์เกือบ 300 กิโลกรัม

รายงานของ ดิ แอธเลติก เปิดเผยว่า หัวหน้าเชฟของทีมชาตินอร์เวย์ได้นำปลาแซลมอน ปลาชาร์อาร์กติก ปลาฮาลิบัต และปลาเทราต์ จากนอร์เวย์มาเกือบ 300 กิโลกรัม พร้อมด้วยชีสยาร์ลสแบร์ก 100 กิโลกรัม และชีสสีน้ำตาลแบบดั้งเดิมของนอร์เวย์อีก 80 กิโลกรัม โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินหาซื้อวัตถุดิบจากซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่น ประเทศนอร์เวย์ ปลาแซลมอนเปรียบดั่งวากิวแห่งท้องทะเล

Christian Karlsson เชฟที่ทำงานร่วมกับทีมชาตินอร์เวย์มาตั้งแต่ปี 1998 เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมาว่า "ในอดีตนักเตะต้องการเพียงเบอร์เกอร์ หรือพิซซ่า เท่านี้ก็พอใจแล้ว แต่ปัจจุบันพวกเขารู้ดีว่า ร่างกายคือเครื่องมือสำหรับอาชีพ จึงต้องดูแลโภชนาการอย่างจริงจัง"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

โภชนาการเฉพาะบุคคล ฮาลันด์กิน 6,000 kcal ต่อวัน

แพทริค แบร์ก กองกลางจากสโมสรโบโด/กลิมต์ เป็นหนึ่งในนักเตะที่ให้ความสำคัญเรื่องร่างกายอย่างมาก โดยเขาจะไม่รับประทานอาหารที่มีกลูเตน และแลคโตสอย่างเด็ดขาด เพราะเรียนรู้จากประสบการณ์ว่าร่างกายทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อรับประทานอาหารรูปแบบใด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

กองหน้าอย่างเออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์ ซึ่งเป็นผู้เล่นระดับโลกของทีมชาตินอร์เวย์ ใส่ใจสุขภาพอย่างมาก มีช่องยูทูบส่วนตัวที่นำเสนอกิจวัตรประจำวัน โดยเฉพาะการกินอาหารวันละ 6,000 กิโลแคลอรี ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย เพราะนักกีฬาหลายคนยอมรับว่า การกินอาหารถือเป็นเรื่องที่ยากกว่าการต้องลงไปแข่งกีฬา

เครื่องทำวาฟเฟิลสร้างบรรยากาศเหมือนอยู่บ้าน

Karlsson สังเกตว่านักเตะส่วนใหญ่ใช้ชีวิตและประกอบอาชีพอยู่นอกประเทศนอร์เวย์มาตั้งแต่อายุยังน้อย ดังนั้นเมื่อพวกเขามารวมตัวกันในแคมป์ทีมชาติ บรรยากาศจึงควรให้ความรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน ทีมเชฟตัดสินใจนำเครื่องทำวาฟเฟิลของตัวเองมาด้วย เพื่อทำวาฟเฟิลเสิร์ฟคู่กับชีสสีน้ำตาล โดยมีทั้งแยมราสเบอร์รี แยมสตรอว์เบอร์รี ซอสมะเขือเทศ คาเวียร์ยี่ห้อ Mills และนูกัตติ (Nugatti) ช็อกโกแลตสเปรดแบบนอร์เวย์

เมนูที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากนักเตะทีมชาตินอร์เวย์ กลับเป็นข้าวโอ๊ต ที่ใช้เวลาต้มนมนานหนึ่งชั่วโมง ราดด้วยกล้วย ถั่ว เบอร์รี น้ำผึ้ง อบเชย และน้ำตาล ซึ่งเป็นอาหารเช้าประจำแคมป์ที่ให้พลังงานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน แม้แต่เครื่องดื่มอย่างกาแฟก็ต้องเป็นรสชาติที่คุ้นเคย ทีมงานได้นำเมล็ดกาแฟ และเครื่องชงกาแฟติดตัวมาด้วยถึง 4 เครื่อง เพราะกาแฟที่มีคุณภาพคือหนึ่งในสิ่งที่นักเตะยุคใหม่ต้องการ รวมถึงฮาลันด์ด้วย

บุฟเฟต์และชีตมีลสร้างความหลากหลาย

การรับประทานอาหารร่วมกันวันละ 4 มื้อ ตลอดระยะเวลาเกือบสองเดือน อาจกลายเป็นกิจวัตรที่น่าเบื่อหากไม่มีการออกแบบที่ดี ทีมเชฟจึงเลือกจัดโต๊ะยาวแบบบุฟเฟต์แทนการเสิร์ฟอาหารจานเดียวที่เหมือนกันหมด เพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเอง และเปิดโอกาสให้นักเตะวางสมาร์ทโฟน แล้วสนทนากับเพื่อนร่วมทีม

ทีมเชฟยังคงกำหนดให้มีหนึ่งวันต่อสัปดาห์เป็นชีตมีล (Cheat meal) โดยเป็นอาหารในกลุ่มทาโก้ พิซซ่า หรือเบอร์เกอร์แบบโฮมเมด เพราะถ้าหากร่างกายกินแต่อาหารที่เน้นสุขภาพที่ดีมากเกินไป อาจทำให้เกิดการเบื่อหน่าย การเปลี่ยนแปลงแบบเล็กๆ น้อยๆ ถือเป็นทางเลือกที่ดี

ที่น่าสนใจคือ ในช่วงที่ทีมชาติสกอตแลนด์ยังไม่ตกรอบ พวกเขาก็พักที่โรงแรมเดียวกัน ทำให้การเสิร์ฟอาหารในบางครั้ง ทีมเชฟของทีมชาตินอร์เวย์ต้องระบุอย่างชัดเจนว่า อาหารที่จะต้องเสิร์ฟให้กับนักเตะของนอร์เวย์ เหมือนหรือแตกต่างจากความต้องการของเชฟของทีมชาติสกอตแลนด์อย่างไรบ้าง

ทีมเชฟที่อยู่เบื้องหลังการทำงานของนักเตะและโค้ชทีมชาตินอร์เวย์ พวกเขาอาจไม่ได้ไปแข่งขันในสนาม แต่ก็เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ทำให้ซูเปอร์สตาร์ของชาตินอร์เวย์ประสบความสำเร็จในการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดของโลกฟุตบอลในเวทีฟุตบอลโลก 2026