บางจากชี้แจงกรณีเรือขนน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ย้ำเป็นเพียงการประสานงาน ไม่ได้จ่ายเงินแลกผ่าน
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์เปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยถึงกรณีการนำเรือขนน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยยืนยันว่าเป็นการประสานงานของกระทรวงการต่างประเทศและความพยายามของกัปตันเรือเท่านั้น ไม่ได้มีการจ่ายเงินแลกผ่านแต่อย่างใด
การประชุมผู้ถือหุ้นและแนวทางบรรษัทภิบาล
ในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี บริษัทบางจากได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากผู้ถือหุ้นทุกคนในการกำหนดทิศทางองค์กรอย่างตรงไปตรงมา โดยได้เตรียมวาระสำคัญเพิ่มเติมเพื่อยกระดับบรรษัทภิบาลให้เข้มข้นขึ้น เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจในระดับนานาชาติ
เพื่ออำนวยความสะดวกในภาวะที่ต้นทุนการเดินทางสูงจากราคาน้ำมัน บริษัทได้เปิดทางให้ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าร่วมประชุมได้ทั้งแบบมอบฉันทะและออนไลน์ นอกจากนี้ ยังได้หารือกับสมาคมนักลงทุนรายย่อย (TIA) เพื่อส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นแสดงเจตจำนงและใช้สิทธิ์โหวต
กรณีการถูกอายัดหุ้นและมาตรการกำกับดูแล
นายชัยวัฒน์ยอมรับว่ากรณีการถูกอายัดหุ้นเป็นหนึ่งในประเด็นที่มีการสอบถามเข้ามา โดยบริษัทได้หารือกับที่ปรึกษากฎหมายและเห็นว่าการปรับปรุงข้อบังคับให้เข้มข้นมากขึ้นเป็นแนวทางหนึ่งในการดูแลประเด็นดังกล่าว จึงได้เสนอวาระเข้าสู่ที่ประชุมผู้ถือหุ้น
การดำเนินการนี้เป็นการเตรียมความพร้อมและสร้างกลไกในอนาคต รวมถึงเป็นการเสริมมาตรการกำกับดูแลในภาพรวม บริษัทยังมีการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐาน
การไม่เข้าร่วมประชุมโรงกลั่นและนโยบายพลังงาน
สำหรับกรณีที่บริษัทไม่เข้าร่วมประชุมหารือในฐานะหนึ่งในโรงกลั่นร่วมกับกระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา นายชัยวัฒน์ชี้แจงว่าติดภารกิจและอยู่ระหว่างการเดินทาง โดยได้มีการประสานงานผ่านเจ้าหน้าที่และชี้แจงเหตุผลต่อรัฐมนตรีพลังงานแล้ว
ในด้านนโยบายพลังงาน นายชัยวัฒน์มองว่ามาตรการปรับลดค่าการกลั่นของภาครัฐเป็นการดูแลประชาชน โดยยังคงอิงกลไกตลาด ซึ่งจะช่วยให้ระบบพลังงานของประเทศสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังมีความผันผวนตามสถานการณ์ และต้องติดตามทิศทางในระยะต่อไป
การจัดหาน้ำมันดิบและความเสี่ยงด้านผลประกอบการ
บริษัทบางจากมีการวางแผนล่วงหน้าในการจัดหาน้ำมันดิบ โดยปัจจุบันมีปริมาณเพียงพอสำหรับการกลั่นในช่วง 2 เดือนข้างหน้า และอยู่ระหว่างการจัดหาสำหรับเดือนถัดไปจากหลายแหล่ง เช่น อาร์เจนตินา โคลอมเบีย บราซิล และสหรัฐอเมริกา ซึ่งใช้เวลาขนส่งประมาณ 45-60 วัน
นายชัยวัฒน์ยอมรับว่าต้นทุนการจัดหาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก รวมถึงค่าพรีเมียมและค่าประกันภัยที่เพิ่มขึ้นในช่วงสถานการณ์ความตึงเครียด โดยราคาน้ำมันดิบเคยปรับขึ้นไปแตะระดับประมาณ 140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำหรับความเสี่ยงด้านผลประกอบการจากความผันผวนของราคาน้ำมัน ธุรกิจโรงกลั่นต้องบริหารจัดการภาวะ Stock Gain และ Stock Loss ซึ่งเป็นเรื่องปกติ โดยในช่วง 2 ปีก่อนหน้ามี Stock Loss รวมประมาณ 15,000 ล้านบาท ขณะที่ปีนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
มาตรการภายในและข้อแนะนำแก่ประชาชน
นายชัยวัฒน์แนะนำให้ประชาชนร่วมกันประหยัดพลังงาน เนื่องจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจะส่งผลต่อค่าครองชีพในภาพรวม พร้อมเปิดเผยว่าบริษัทมีมาตรการภายใน เช่น “Flexi Friday” ที่ให้พนักงานสามารถทำงานจากที่ใดก็ได้ เพื่อลดการเดินทางและช่วยประหยัดน้ำมัน
ท้ายที่สุด บริษัทบางจากยืนยันว่าปัจจุบันไม่มีเรือขนน้ำมันของบริษัทตกค้าง แม้บางช่วงจะมีการซื้อขายน้ำมันไว้ แต่ไม่สามารถจัดหาเรือไปรับได้ ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการบริหารจัดการโลจิสติกส์ในภาวะวิกฤต



