รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินอีกระลอก เพื่อดูแลค่าครองชีพประชาชน
กระทรวงพลังงานได้ประกาศมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินอีกครั้ง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์ระหว่างประเทศต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยมีมติเห็นชอบให้ปรับอัตรากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเร่งด่วน
รายละเอียดการปรับอัตรากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เปิดเผยว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการมีมติเห็นชอบให้เพิ่มการชดเชยอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซลอีก 0.44 บาทต่อลิตร และลดอัตราจัดเก็บเงินกองทุนสำหรับน้ำมันเบนซินลงระหว่าง 0.30 ถึง 0.80 บาทต่อลิตร
มาตรการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์วิกฤตระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ ซึ่งจะช่วยรักษาค่าครองชีพของประชาชนให้คงที่ โดยราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลและกลุ่มน้ำมันเบนซินจะยังคงเดิมที่หน้าสถานีบริการน้ำมัน
ผลกระทบต่อฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
จากการปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันประเภทต่างๆ คาดว่าจะทำให้รายรับของกองทุนลดลงประมาณวันละ 54.77 ล้านบาท จากเดิมที่มีรายรับประมาณวันละ 45.52 ล้านบาท เป็นมีรายจ่ายประมาณวันละ 9.25 ล้านบาท
ณ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นบวกอยู่ที่ 2,385 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นบัญชีน้ำมันบวกอยู่ที่ 40,374 ล้านบาท และบัญชีก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ติดลบอยู่ที่ 37,989 ล้านบาท
การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้สั่งการให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ติดตามสถานการณ์วิกฤตระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศต่อไป
มาตรการตรึงราคาน้ำมันในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลในการดูแลสวัสดิการและค่าครองชีพของประชาชน ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ



