บางจากสางปมทุนเทา ยกระดับธรรมาภิบาล บอร์ดไฟเขียว ACE ร่วมโหวตแก้ข้อบังคับ
บางจากสางปมทุนเทา บอร์ดไฟเขียว ACE ร่วมโหวต

บางจากสางปมทุนเทา ยกระดับธรรมาภิบาล บอร์ดไฟเขียว ACE ร่วมโหวตแก้ข้อบังคับ

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP เตรียมจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ในรูปแบบผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-meeting) ในวันที่ 10 เมษายน 2569 โดยแวดวงตลาดทุนต่างจับตาการประชุมนัดนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีวาระสำคัญที่จะพิจารณาแก้ไขข้อบังคับบริษัท เพื่อยกระดับการป้องกัน "ทุนเทา" ที่เป็นข่าวสะเทือนความเชื่อมั่นมาอย่างต่อเนื่อง

รอยร้าวจากทุนเทาสู่การยกระดับมาตรฐาน

ในช่วงที่ผ่านมา โครงสร้างผู้ถือหุ้นของบางจากต้องเผชิญกับประเด็นสะเทือนความเชื่อมั่นครั้งใหญ่ เมื่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท อัลฟา ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี จำกัด (ACE) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับต้นๆ ของบริษัท โดยมีการอายัดหุ้นมูลค่าร่วม 6 พันล้านบาท เนื่องจากพบข้อสงสัยว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายขบวนการฟอกเงินและสแกมเมอร์ข้ามชาติ

ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ BCP กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญมากสำหรับธุรกิจน้ำมัน เนื่องจากการซื้อขายและทำธุรกรรมต่างๆ ในอุตสาหกรรมนี้ต้องใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar) เป็นหลัก นอกจากนี้ การจัดหาน้ำมันยังต้องติดต่อธุรกรรมข้ามชาติ ทั้งกับกลุ่มประเทศ OECD ยุโรป และศูนย์กลางการเทรดดิ้งอย่างสิงคโปร์ หากบริษัทขาดความโปร่งใสหรือมาตรฐานที่นานาชาติยอมรับ อาจส่งผลกระทบต่อการจัดหาวัตถุดิบและทำธุรกรรมระหว่างประเทศในอนาคต

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

วาระที่ 7: ยกระดับคุณสมบัติกรรมการบริษัท

จึงเป็นที่มาให้คณะกรรมการบางจากฯ หารือร่วมกับที่ปรึกษากฎหมายทั้งในประเทศไทยและที่ปรึกษากฎหมายจากสหรัฐอเมริกา ก่อนจะมีมติเสนอต่อผู้ถือหุ้นใน "วาระที่ 7 พิจารณาอนุมัติแก้ไขข้อบังคับบริษัท" เพื่อยกระดับมาตรฐานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์สากล

สำหรับการแก้ไขข้อบังคับครั้งนี้ จะมีการเพิ่มเนื้อหาในข้อ 24 (6), (7) และ (8) โดยมีสาระสำคัญคือ การสั่งห้ามมิให้บุคคลที่ถูกหน่วยงานรัฐกล่าวโทษ มีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท ตลอดจนห้ามบุคคลที่ถูกจำกัดการทำธุรกรรมจากหน่วยงานรัฐของสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, สิงคโปร์, องค์การสหประชาชาติ, สหภาพยุโรป และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือเป็นตัวแทนของนิติบุคคลที่เข้าข่ายดังกล่าว ดำรงตำแหน่งกรรมการเช่นกัน

ซึ่งวาระนี้เป็นวาระสำคัญที่ต้องอาศัยมติพิเศษ โดยต้องได้รับเสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุม โดยบริษัทมองว่าการยกระดับในครั้งนี้ยังจะช่วยตอบโจทย์เป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืน และรักษามาตรฐานการประเมินจากดัชนีระดับโลกต่างๆ อีกด้วย

จุดเปลี่ยนสิทธิโหวต: บอร์ดไฟเขียวให้ ACE ลงคะแนน

ประเด็นดราม่าที่ก่อให้เกิดการถกเถียงในแวดวงกฎหมายและตลาดทุนคือ ในตอนแรก บริษัท อัลฟา ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี จำกัด (ACE) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ถูกระบุในหนังสือเชิญประชุมว่าเป็น "ผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสียเป็นพิเศษ" ซึ่งจะไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในวาระพิจารณาแก้ไขข้อบังคับนี้ เนื่องจากโครงสร้างผู้ถือหุ้นไปเชื่อมโยงกับบุคคลที่ถูก ปปง. อายัดทรัพย์สิน

แต่หลังจากนั้น ACE ส่งหนังสือคัดค้านกรณีดังกล่าวมายังบริษัทเมื่อ 26 มีนาคม 2569 อย่างไรก็ตาม ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 บอร์ดได้พิจารณาข้อทักท้วงและประเมินแล้วว่า การพิจารณาส่วนได้เสียเป็นพิเศษของผู้ถือหุ้นในวาระเกี่ยวกับการแก้ไขข้อบังคับบริษัทยังไม่มีแนวทางการตีความที่ชัดเจน

ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้นอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติเห็นชอบให้ ACE มีสิทธิออกเสียงในวาระการพิจารณาอนุมัติการแก้ไขข้อบังคับบริษัทได้ ชัยวัฒน์ อธิบายเรื่องนี้ว่า กรณีนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่เคยมีบรรทัดฐานทางกฎหมายในประเทศไทยมาก่อน ทำให้เกิดการตีความเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) ทั้งในเชิงกว้างและเชิงแคบ

พร้อมกันนี้ บอร์ดได้สั่งการให้ดำเนินการส่งหนังสือสอบถามด่วนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อขอความชัดเจนในข้อกฎหมาย และนำมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป อย่างไรก็ตาม ชัยวัฒน์ ย้ำว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีในฐานะกลไกสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ไม่ได้จำกัดสิทธิของผู้ถือหุ้นในการเสนอหรือสนับสนุนบุคคลใด แต่เห็นว่าการใช้สิทธิออกเสียงควรตั้งอยู่บนหลักการของธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความเหมาะสม เพื่อให้ผลการตัดสินใจสะท้อนประโยชน์ของผู้ถือหุ้นในระยะยาว

ยันน้ำมันสำรองแน่น 60 วัน มั่นใจไทยไม่ขาดแคลน

ชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า ธุรกิจน้ำมันเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าอย่างรัดกุม โดยเฉพาะในภาวะที่ตลาดโลกมีความผันผวนสูงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งทางบริษัทได้เตรียมความพร้อมในทุกมิติเพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะมีน้ำมันใช้เพียงพอและไม่เกิดภาวะขาดแคลน

โดยการจัดหาน้ำมันดิบของบริษัทจะต้องดำเนินการวางแผนล่วงหน้า และสั่งซื้อเป็นรายเที่ยวเรือ เพื่อนำมาประเมินและเลือกชนิดน้ำมันให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดและกระบวนการกลั่นของบริษัท ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับการใช้งานไปถึง 60 วันข้างหน้า

ในภาพรวมของอุตสาหกรรม โครงสร้างพลังงานของไทยถือว่ามีความยืดหยุ่นและถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการมี "กองทุนน้ำมัน" ที่ทำหน้าที่เป็นกันชน ช่วยดูดซับความผันผวนของราคาชั่วคราว เพื่อไม่ให้เกิดภาวะตื่นตระหนกและช่วยประคองราคาหน้าสถานีบริการให้มีเสถียรภาพ ส่วนประเด็นเรื่องกำไรหรือขาดทุนจากมูลค่าสต๊อกน้ำมัน (Stock Gain/Loss) นั้น มองว่าเป็นกลไกธรรมชาติของธุรกิจที่แปรผันตามวัฏจักรราคาตลาดโลก ซึ่งบริษัทมีศักยภาพในการบริหารจัดการเพื่อรับมือกับความท้าทายนี้