ช่วยเหลือชาวจีน 4 ราย หนีแก๊งค้ามนุษย์ริมแม่น้ำเมย ก่อนถูกส่งไปเมียนมา
เจ้าหน้าที่ไทยสามารถช่วยเหลือชาวจีน 4 คน ที่ถูกแก๊งค้ามนุษย์ล่อลวงบริเวณริมแม่น้ำเมยในจังหวัดตาก ก่อนจะถูกส่งตัวไปยังประเทศเมียนมา โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 21.30 น. และมีการดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันภัยอันตราย
เหตุการณ์ค้ามนุษย์ที่ริมแม่น้ำเมย
เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 11 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่หมู่ 2 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งเป็นบริเวณสี่แยกใกล้กับท่าพุทราและริมแม่น้ำเมย ห่างออกไปประมาณ 500 เมตร ตามรายงานพบว่ามีขบวนการค้ามนุษย์ขับรถยนต์กระบะสีขาวมาจอดดับเครื่องที่สี่แยก จากนั้นมีชายคนหนึ่งเปิดประตูรถลงมาขอความช่วยเหลือ ทำให้เกิดการสอบสวนและติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด
นายกันต์พงษ์ พิพัฒน์มนตรีกุล นายอำเภอแม่สอด ได้เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้ได้รับการยืนยันว่าเกิดขึ้นจริงเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 โดยนายทวีชัย จักษุพิทยา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 บ้านริมเมย ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่ามีการช่วยเหลือชาวจีน ซึ่งต่อมาทราบว่าเป็นชาย 2 คนและหญิง 2 คน รวมทั้งหมด 4 คน ที่ถูกแก๊งค้ามนุษย์จับตัวขึ้นรถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโรเลต สีเทา ทะเบียนตาก เพื่อล่อลวงและเตรียมส่งขายยังประเทศเมียนมา
การดำเนินการช่วยเหลือและส่งกลับประเทศ
หลังจากได้รับแจ้ง นายอรรถวุฒิ จันทร์เจริญ ปลัดอำเภอแม่สอดฝ่ายความมั่นคง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและนำตัวชาวจีนทั้ง 4 คน ส่งยังสถานีตำรวจภูธรแม่สอดเพื่อตรวจสอบเอกสารการเดินทาง จากการตรวจสอบพบว่าหนังสือเดินทางของพวกเขาเข้ามายังประเทศไทยในวันที่ 6 มีนาคม 2569 ยังไม่หมดอายุ และได้เดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่
ชาวจีนทั้ง 4 คน แจ้งต่อปลัดอำเภอว่าไม่ขออยู่ที่สถานีตำรวจภูธรแม่สอด เนื่องจากกลัวความไม่ปลอดภัย ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวพวกเขามาพักอาศัยที่สถานที่พักกองร้อยอาสารักษาดินแดนแม่สอด ทำการบันทึกอัตลักษณ์บุคคล และประสานงานกับสถานทูตจีนในกรุงเทพมหานครเพื่อดำเนินการช่วยเหลือต่อไป
ในวันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ได้ซื้อตั๋วรถโดยสารเส้นทางแม่สอด-กรุงเทพ ให้กับชาวจีนทั้ง 4 คน เพื่อเดินทางไปยังด่านตรวจความมั่นคงบ้านห้วยหินฝน และต่อไปยังกรุงเทพมหานคร จากนั้นทางสถานทูตจีนได้ส่งตัวพวกเขากลับประเทศจีนอย่างปลอดภัย
มาตรการป้องกันและสอบสวนเพิ่มเติม
นายกันต์พงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าป้ายทะเบียนรถที่ใช้ในเหตุการณ์เป็นของคนไทย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ เนื่องจากต้องรอให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป
เพื่อป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นอีก เจ้าหน้าที่ได้จัดมาตรการป้องปรามโดยสั่งการให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตามแนวชายแดน เข้มงวดในการออกตรวจตราและลาดตระเวนตามช่องทางธรรมชาติและแนวชายแดนตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะเน้นในช่วงเวลากลางคืนตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 6.00 น. เพื่อให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือเหยื่อได้อย่างทันท่วงที
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ไทยในการต่อต้านการค้ามนุษย์ และความสำคัญของการเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยงเพื่อปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน



