ยูนิโคล่ ประเทศไทย ครบรอบ 15 ปี เดินหน้าสู่ RE.UNIQLO สร้างระบบนิเวศความยั่งยืน
ในวาระครบรอบ 15 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ยูนิโคล่ ได้ประกาศกลยุทธ์ใหม่ที่มุ่งเน้นการสร้าง "ระบบนิเวศแห่งความยั่งยืน" เพื่อตอบโจทย์กระแสการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในอุตสาหกรรมแฟชั่น โดยไม่เพียงแต่ขยายสาขาเพื่อให้คนไทยเข้าถึงสินค้า แต่ยังขับเคลื่อนกิจกรรมด้านความยั่งยืนอย่างครบวงจร ครอบคลุมสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชน
จาก Fast Fashion สู่ RE.UNIQLO: การยืดอายุเสื้อผ้าเพื่อสังคม
โครงการ RE.UNIQLO เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์นี้ โดยมุ่งเน้นการลดการทิ้งเสื้อผ้าผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น
- REDUCE: การซ่อมแซมและปรับโฉมเสื้อผ้าเพื่อยืดอายุการใช้งาน
- REUSE: การบริจาคเสื้อผ้าให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ
- RECYCLE: การนำเสื้อผ้าไปแปรรูปเป็นวัสดุอื่นๆ
ตั้งแต่ปี 2558 ยูนิโคล่ได้ตั้งกล่องรับบริจาคเสื้อผ้าในร้านสาขาทั่วประเทศ และส่งมอบเสื้อผ้าแล้วมากกว่า 430,000 ชิ้น โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี นอกจากนี้ RE.UNIQLO STUDIO ที่ร้านสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ยังให้บริการซ่อมแซมและปรับโฉมเสื้อผ้า โดยในปี 2568 มีลูกค้านำไอเทมมาใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 110% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ความคืบหน้าและแผนการในปี 2569
ในปี 2568 ยูนิโคล่ได้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรและสถานศึกษาเพื่อรับบริจาคเสื้อผ้าเพิ่มเติม พร้อมทั้งดำเนินโครงการสำคัญ เช่น
- โครงการ RE.UNIQLO Warmth for All: บริจาคเสื้อผ้ากันหนาวให้ชุมชนในพื้นที่ห่างไกล เช่น อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่
- โครงการ BKK Food Bank: ร่วมกับกรุงเทพมหานคร สร้างมุมแบ่งปันเสื้อผ้า "UNIQLO Clothing Corner" เพื่อให้กลุ่มเปราะบางเลือกเสื้อผ้าคุณภาพดีได้ด้วยตนเอง โดยเตรียมขยายให้ครบ 50 สำนักงานเขตภายในปี 2573
- โครงการ Happy Gloves: ออกแบบถุงมือเพื่อเสริมพัฒนาการของผู้ป่วยเด็กพิการทางสมอง
สำหรับปี 2569 ยูนิโคล่ตั้งเป้าหมายในการสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่ดีและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด พร้อมสนับสนุนสังคมไทยผ่านโครงการต่างๆ เช่น
- การจัดการขยะสู่เป้าหมาย Zero Landfill โดยขยายการคัดแยกขยะ 5 ประเภทไปยังร้านทุกสาขาและคลังสินค้า
- ร่วมมือกับ เซฟ เดอะ ชิลเดรน จัดอบรมและกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจด้านอาชีพให้เยาวชนกว่า 100 คน พร้อมเปิดโอกาสฝึกงานในร้านสาขา
สรุป: แฟชั่นที่เติบโตไปกับความรับผิดชอบ
โยชิทาเกะ วาคากุวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยูนิโคล่ ประเทศไทย กล่าวว่า เป้าหมายของบริษัทไม่ใช่แค่ตัวเลขความสำเร็จทางธุรกิจ แต่คือการพิสูจน์ว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นสามารถเติบโตไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อโลกได้จริง ด้วยการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนสังคม ผ่านการสนับสนุนชุมชน การสร้างโอกาสการจ้างงาน และการพัฒนาที่ยั่งยืน



