ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ในวันที่ 20 กันยายน 2567 โดยได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น และความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก
ปัจจัยหนุนราคาทองคำ
นายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์จากบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า “ราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นเป็นผลมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และสัญญาณจากเฟดที่ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าและเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ”
นอกจากนี้ กองทุน ETF ทองคำยังมีกระแสเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากสภาโลกทองคำระบุว่า ในเดือนสิงหาคม 2567 กองทุน ETF ทองคำทั่วโลกมีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ผลกระทบต่อตลาดทองคำไทย
ราคาทองคำในประเทศปรับตัวตามราคาโลก โดยสมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองคำแท่งในประเทศเช้าวันนี้ (20 ก.ย.) อยู่ที่ 41,000 บาทต่อบาททองคำ เพิ่มขึ้น 200 บาทจากวันก่อนหน้า ขณะที่ทองคำรูปพรรณอยู่ที่ 41,500 บาทต่อบาททองคำ
นักวิเคราะห์คาดว่าราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในระยะสั้น โดยมีเป้าหมายที่ 2,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังแรงขายทำกำไรหลังจากราคาปรับตัวขึ้นแรง
คำแนะนำสำหรับนักลงทุน
นายกิตติคุณแนะนำว่า “นักลงทุนควรกระจายความเสี่ยงและไม่ควรลงทุนในทองคำเกิน 10-15% ของพอร์ตการลงทุน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาอยู่ในระดับสูง ควรซื้อแบบทยอยสะสมเพื่อลดความผันผวน”
ทั้งนี้ ราคาทองคำในประเทศยังได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งอาจจำกัดการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในประเทศเมื่อเทียบกับทองคำโลก



