หุ้นไทยร่วงแรงตามตลาดต่างประเทศ กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย
หุ้นไทยร่วงแรงตามตลาดต่างประเทศ กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (วันที่ 5 กรกฎาคม 2567) ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดยดัชนี SET Index ปิดที่ระดับ 1,320.45 จุด ลดลง 25.67 จุด หรือคิดเป็นร้อยละ 1.91 มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 58,234 ล้านบาท การปรับตัวลงในครั้งนี้สอดคล้องกับทิศทางของตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลงอย่างหนักจากความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

สาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยร่วง

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ระบุว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงในวันนี้มาจากปัจจัยภายนอกประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะความกังวลที่ว่าเฟดอาจจะยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นในตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสริมจากสถานการณ์การเมืองภายในประเทศที่ยังคงมีความไม่แน่นอน รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นไทยเพิ่มเติม

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อนักลงทุน

การปรับตัวลงของตลาดหุ้นไทยในวันนี้ส่งผลให้นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศขาดทุนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักลงทุนที่ถือหุ้นในกลุ่มธนาคาร กลุ่มพลังงาน และกลุ่มสื่อสาร ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงหนักที่สุดในวันนี้

  • กลุ่มธนาคาร ปรับตัวลงเฉลี่ยร้อยละ 2.5
  • กลุ่มพลังงาน ปรับตัวลงเฉลี่ยร้อยละ 2.3
  • กลุ่มสื่อสาร ปรับตัวลงเฉลี่ยร้อยละ 2.1

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า การปรับตัวลงของตลาดหุ้นไทยในครั้งนี้เป็นการปรับตัวลงในระยะสั้น และคาดว่าตลาดจะฟื้นตัวได้ในระยะกลาง หากปัจจัยกดดันต่างๆ คลี่คลายลง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แนวโน้มในอนาคต

นักลงทุนควรติดตามการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่กำหนดทิศทางของตลาดหุ้นโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทยในระยะต่อไป

นอกจากนี้ ยังต้องจับตาสถานการณ์การเมืองไทย โดยเฉพาะการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน