ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดวันนี้ (19 มิ.ย.) ที่ระดับ 1,305.57 จุด ลดลง 1.59 จุด หรือ 0.12% โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 46,955 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 12 ติดต่อกัน มูลค่า 3,457 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศและนักลงทุนรายย่อยเป็นฝ่ายซื้อสุทธิ
ปัจจัยกดดันจากหุ้นเดลต้าฯ และแรงขายต่างชาติ
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ์ นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงตามแรงขายของต่างชาติ โดยเฉพาะหุ้นเดลต้าอีเลคโทรนิกส์ (DELTA) ที่ปรับตัวลงแรงถึง 6% ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหลักต่อดัชนี เนื่องจาก DELTA มีน้ำหนักในดัชนีสูง นอกจากนี้ยังมีแรงขายในหุ้นขนาดใหญ่อื่นๆ เช่น ADVANC และ PTTEP
หุ้นเด่นรายตัว
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น ได้แก่ GULF ที่บวก 1.67% รับแรงซื้อเก็งกำไรหลังราคาปรับตัวลงแรงก่อนหน้านี้ ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานบางตัว เช่น PTT ก็ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลง โดยเฉพาะ KBANK ที่ลดลง 0.56%
แนวโน้มตลาดพรุ่งนี้
นักวิเคราะห์คาดว่าแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันพรุ่งนี้ (20 มิ.ย.) น่าจะแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยมีแนวรับที่ 1,300 จุด และแนวต้านที่ 1,315 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตามคือการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะส่งสัญญาณเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ เช่น ยอดขายบ้านมือสอง
สำหรับนักลงทุนระยะสั้น แนะนำให้ระมัดระวังการลงทุนเนื่องจากตลาดยังมีความผันผวนสูง ขณะที่นักลงทุนระยะยาวสามารถสะสมหุ้นพื้นฐานดีที่ราคาปรับตัวลงมาแรง เช่น หุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคาร



