ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดวันนี้ (20 พ.ย.) ที่ 1,375.59 จุด เพิ่มขึ้น 2.31 จุด หรือ +0.17% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 47,285 ล้านบาท โดยมีแรงซื้อนำในกลุ่มพลังงานและธนาคารพาณิชย์ หลังจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น และความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทย
นายอภิชาติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นภูมิภาค เนื่องจากนักลงทุนคลายกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าสหรัฐ-จีน หลังมีรายงานว่าทั้งสองฝ่ายอาจเจรจากันอีกครั้ง นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะ ปตท. และ ปตท.สผ.
สำหรับหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ปรับตัวขึ้นตามความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนธ.ค. ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินของธนาคาร และกระตุ้นเศรษฐกิจ
หุ้นเด่นรายตัว
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น ได้แก่ PTTEP บวก 2.50 บาท หรือ +2.40% มาที่ 106.50 บาท ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้น ขณะที่ KBANK บวก 1.25 บาท หรือ +0.81% มาที่ 155.50 บาท และ SCB บวก 0.50 บาท หรือ +0.29% มาที่ 173.00 บาท
ส่วนหุ้นที่ปรับตัวลงนำ ได้แก่ ADVANC ลบ 1.00 บาท หรือ -0.46% มาที่ 216.00 บาท และ CPALL ลบ 0.50 บาท หรือ -0.37% มาที่ 134.00 บาท
แนวโน้มตลาดวันพรุ่งนี้
นายอภิชาติคาดว่าตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ (21 พ.ย.) จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,365-1,385 จุด โดยมีแรงหนุนจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะการเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน และทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังต้องติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,234 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศขายสุทธิ 567 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 667 ล้านบาท



