หุ้นปั๊มน้ำมันพุ่งแรงหลังรัฐเลิกตรึงราคา PTG ได้รับอานิสงส์สูงสุด
หุ้นปั๊มน้ำมันพุ่งหลังเลิกตรึงราคา PTG ได้ประโยชน์

หุ้นปั๊มน้ำมันวิ่งแรง หลังรัฐเลิกตรึงราคาพุ่งพรวด 6 บาทต่อลิตร

วันที่ 26 มีนาคม 2569 กลายเป็นวันสำคัญที่ส่งผลสะเทือนต่อกระเป๋าสตางค์ของประชาชนและตลาดการเงินไทย หลังรัฐบาลตัดสินใจยุติมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลและเบนซิน ปล่อยให้ราคาปรับขึ้นตามกลไกตลาดอย่างเต็มที่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการพุ่งพรวดเดียวถึง 6 บาทต่อลิตร เริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันเดียวกัน

ผลกระทบต่อตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ

การปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่างรวดเร็วและรุนแรงครั้งนี้ สร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นไทยในแง่ของจิตวิทยา เนื่องจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ณ เวลา 10.05 น. ดัชนี SET ปรับตัวร่วงลงมาอยู่ที่ 1,439.98 จุด ลดลง 17.93 จุด หรือประมาณ 1.23% อย่างไรก็ตาม กลุ่มหุ้นสถานีบริการน้ำมันกลับสวนกระแสปรับตัวบวกอย่างโดดเด่น

สาเหตุหลักของการปรับขึ้นราคา มาจากสถานะติดลบของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงกว่า 35,000 ล้านบาท และภาระชดเชยรายเดือนกว่า 80,000 ล้านบาท ท่ามกลางราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

หุ้นปั๊มน้ำมันปรับตัวบวกสวนตลาด

ในขณะที่ตลาดหุ้นโดยรวมปรับตัวลดลง กลุ่มหุ้นปั๊มน้ำมันกลับได้รับแรงหนุนจากการเลิกตรึงราคา โดยมีหุ้นเด่นที่ปรับตัวขึ้นดังนี้

  • PTG ราคาดีดขึ้นไปที่ 8.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.48%
  • OR ราคาอยู่ที่ 11.60 บาท เพิ่มขึ้น 1.75%
  • BCP ราคาอยู่ที่ 39.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.29%

นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี ระบุว่า การปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันเป็นจิตวิทยาลบต่อ SET Index เพราะกระทบกลุ่มที่อิงการบริโภคในประเทศ เช่น ค้าปลีกและเช่าซื้อ แต่กลับเป็นจิตวิทยาบวกต่อกลุ่มสถานีบริการน้ำมัน ขนส่งมวลชน และเช่าซื้อรถยนต์ไฟฟ้า

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

PTG ได้รับอานิสงส์สูงสุดในกลุ่ม

ฝ่ายวิจัยจากบริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัส ประเมินว่า การยกเลิกการตรึงราคาจะช่วยให้ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันบริหาร "ค่าการตลาด" ได้เต็มที่มากขึ้น โดย PTG เป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์สูงสุดเนื่องจาก

  1. มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงค่าการตลาดสูงที่สุดในกลุ่ม
  2. มีสัดส่วนการจำหน่ายน้ำมันดีเซลสูงถึง 71% ของปริมาณขายรวม
  3. มีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรอยู่ที่ 1.65 บาท ซึ่งสูงกว่าคู่แข่ง

สำหรับ OR แม้จะมีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดถึง 39.5% แต่ได้รับประโยชน์รองลงมา เนื่องจากสัดส่วนการจำหน่ายดีเซลอยู่ที่ประมาณ 40% และมีโครงสร้างการขายที่แบ่งเป็นตลาดพาณิชย์ถึง 59% ส่วน BCP ได้รับผลบวกจำกัดที่สุด เพราะกำไรหลักมาจากธุรกิจโรงกลั่นและต้นน้ำ

แนวโน้มและคำแนะนำการลงทุน

บริษัทหลักทรัพย์พาย มองว่าการปรับขึ้นราคา 6 บาทต่อลิตรในครั้งเดียวเป็นระดับที่ค่อนข้างสูง ซึ่งจะกดดันให้เงินเฟ้อไทยขยับขึ้น และอาจส่งผลให้บริษัทจดทะเบียนที่ส่งผ่านต้นทุนไม่ได้มีกำไรลดลง

นักวิเคราะห์แนะนำให้เก็งกำไรหุ้น PTG ในระยะสั้น ด้วยราคาเป้าหมาย 9.80 บาท จากประเด็นบวกเรื่องค่าการตลาดที่คลี่คลาย ส่วน OR มีราคาเป้าหมาย 16.50 บาท และ BCP ที่ 43.00 บาท

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงส่งผลต่อผู้บริโภคและนักลงทุน แต่ยังอาจกลายเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทยในภาพรวม ภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกที่ยังคงดำเนินต่อไป