InnovestX คาด SET แกว่งตัว Sideways ห่วงวิกฤติซัพพลายเชนโลกจากสงครามตะวันออกกลาง
InnovestX คาด SET แกว่ง Sideways ห่วงซัพพลายเชนโลก

InnovestX คาด SET แกว่งตัว Sideways หวั่นวิกฤติซัพพลายเชนโลกจากสงครามตะวันออกกลาง

InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกมุมมองล่าสุดว่า ตลาดหุ้นไทยหรือ SET ยังคงมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ sideways หรือผันผวนในแนวราบ เนื่องจากต้องจับตาสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะ Kharg ของอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้การโจมตีดังกล่าวจะไม่กระทบโครงสร้างพื้นฐานพลังงานโดยตรง แต่ก็สร้างความกังวลต่ออุปทานน้ำมันในระดับโลก

ปัจจัยกดดันจากวิกฤติตะวันออกกลางและความท้าทายด้านซัพพลายเชน

สงครามในตะวันออกกลางที่ดำเนินมานานกว่า 2 สัปดาห์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นสู่ระดับ 101 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงสุดสัปดาห์ ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ชาติพันธมิตรส่งกองเรือรบสู่ช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อช่วยคุ้มกันเส้นทางเดินเรือสินค้า ซึ่งอาจช่วยคลายความกังวลด้านอุปทานได้บ้าง แต่ InnovestX มองว่า วิกฤติครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องราคาน้ำมันที่แพงขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นความท้าทายในการบริหารจัดการซัพพลายเชนหรือห่วงโซ่อุปทานของทั้งโลกด้วย

หากวิกฤตการปิดช่องแคบฮอร์มุซลากยาวเกิน 1 เดือน และราคาน้ำมัน Brent ทรงตัวสูงเหนือ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล คาดว่าจะเกิดปัญหาห่วงโซ่อุปทานโลกในระดับรุนแรง หรือ Supply Shortage ซึ่งอาจลามไปสู่อุตสาหกรรมอื่นทั่วโลก ต้นทุนแฝงในภาคการผลิตจะเริ่มสะสม กดดันให้เกิดการขาดแคลนสินค้าและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยพร้อมเงินเฟ้อพุ่งสูง หรือ Stagflation ในกรณีเลวร้ายสุด อาจกดดันให้ GDP ไทยและกำไรต่อหุ้นหรือ EPS ของ SET ลดลงเหลือ 1.1% และ 91.0 บาท ตามลำดับ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ประเด็นสำคัญอื่นๆ ที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้

นอกจากสถานการณ์ตะวันออกกลางแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่นักลงทุนควรจับตา ได้แก่:

  • การเมืองไทย: การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันแรกมีมติเลือกนายโสภณ ซารัมย์ จากพรรคภูมิใจไทยเป็นประธานสภา ขั้นตอนต่อไปคือการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งคณะรัฐมนตรี หากรัฐบาลสามารถจัดตั้งได้ภายในสัปดาห์แรกของเมษายน 2569 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประเมินว่ากระบวนการจัดทำงบประมาณปี 2570 จะล่าช้าราว 1 เดือน
  • นโยบายพลังงาน: วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่รัฐบาลจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ 29.94 บาทต่อลิตร ตามกรอบ 15 วัน ต้องติดตามการประกาศราคาขายปลีกดีเซลและเบนซินที่อาจปรับขึ้นตามกลไกตลาด โดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุดสนับสนุนดีเซลที่ 14.15 บาทต่อลิตร และเตรียมแผนปรับสัดส่วนไบโอดีเซลจาก B7 เป็น B10 หรือ B20 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อผู้ผลิตไบโอดีเซล เช่น GGC และ BBGI
  • เศรษฐกิจสหรัฐฯ: ประมาณการครั้งที่สองของ GDP ไตรมาส 4 ปี 2568 ขยายตัวเพียง 0.7% เทียบไตรมาสก่อน ต่ำกว่าที่ตลาดคาดและลดลงจากประมาณการครั้งแรกที่ 1.4% ส่วนเงินเฟ้อเดือนมกราคม 2569 ผ่านดัชนี Core PCE เพิ่มขึ้น 0.4% เทียบเดือนก่อนและ 3.1% เทียบปีก่อน

กลยุทธ์ลงทุนตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุน

InnovestX แนะนำกลยุทธ์ลงทุนโดยแบ่งตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุน ดังนี้:

  1. นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ: แนะนำถือเงินสดเพิ่มขึ้น หรือ Cash is King โดยลดน้ำหนักหุ้นที่มีความอ่อนไหวสูงต่อต้นทุนพลังงาน เปราะบางจากฐานลูกค้าตะวันออกกลาง หรือค่าเงินบาทอ่อน อาทิ ปิโตรเคมี สายการบิน ยานยนต์ โรงไฟฟ้า SPP อิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว และโรงพยาบาลระดับบน สามารถทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้น เช่น PTTEP โดยควรตั้งจุด Trailing Stop หรือจุดล็อคกำไรไว้เสมอ
  2. นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไร: แนะนำ "Buy on Panic" โดยแบ่งไม้ซื้อที่แนวรับสำคัญ 1320-1350/1275/1100 ใน 2 ธีมเด่น คือ
    • High Dividend: สร้างกระแสเงินสดระยะสั้น โดยเลือกหุ้นที่เหลือปันผลจ่ายจากกำไรปี 2568 ซึ่งให้ Div. Yield มากกว่า 5% ได้แก่ SIRI, KTB, KTC, KBANK, KKP, TISCO, BAM, AP, TLI
    • Fast Rebound: ดักเด้งหุ้นคุณภาพที่ราคาลงแรงเกินจริง โดยได้ผลกระทบจำกัดจากวิกฤติอิหร่าน และเลือกหุ้น SET50 ที่คาดหวังเม็ดเงินไหลกลับ ได้แก่ GULF, BJC, HMPRO, SAWAD, MTC, TIDLOR
  3. นักลงทุนระยะกลาง: แนะนำทยอยสะสมหุ้นเชิงรับที่มีงบดุลแข็งแกร่ง margin of safety สูง ความชัดเจนของกำไร และซื้อขายที่ valuation สมเหตุสมผล เช่น ADVANC, BDMS, BEM, BBL, GULF

ในภาพรวม ช่วงสั้นมอง SET ยังอยู่ในภาวะ Risk-off และผันผวนสูง โดยปัจจัยสำคัญอื่นที่ต้องติดตามคือการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก เช่น Fed, ECB, BoE, BoJ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy" หรือเลือกซื้ออย่างมีวิจารณญาณ โดยปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นมาจากราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ปรับขึ้นและความคืบหน้าด้านการจัดตั้งรัฐบาลไทย