InnovestX คาดตลาดหุ้นไทยรีบาวด์ หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลาย
InnovestX คาด SET รีบาวด์ หลังตะวันออกกลางผ่อนคลาย (24.03.2026)

InnovestX คาดตลาดหุ้นไทยรีบาวด์ หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลาย

InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ได้ออกวิเคราะห์ตลาดหุ้นไทยล่าสุด โดยคาดการณ์ว่าดัชนี SET จะรีบาวด์ฟื้นตัว หลังราคาน้ำมันร่วงลงแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลาย ตามรายงานจาก PPTV Online เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569

ปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวของ SET

ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มดีดตัวขึ้นมาจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกา ระบุว่าได้หารือกับอิหร่านและจะชะลอการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไป 5 วัน แม้อิหร่านจะออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีการเจรจาใดๆ แต่ก็ช่วยให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางผ่อนคลายลงได้บ้าง

นอกจากนี้ ทางเทคนิคคาดว่าดัชนี SET จะดีดขึ้นจากกรอบล่างแบบ sideways โดยมีแนวรับที่ 1395/1385 และแนวต้านที่ 1425/1435 ส่วนประเด็นในประเทศที่ต้องติดตามคือตัวเลขส่งออก-นำเข้าของไทยในเดือนกุมภาพันธ์

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กลยุทธ์การลงทุนประจำสัปดาห์

InnovestX มองว่า SET ยังคงอยู่ในภาวะ Risk-off จากความกังวลเกี่ยวกับวิกฤติพลังงานและปัญหาขาดแคลนอุปทาน ซึ่งอาจกดดันให้เงินเฟ้อทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นจนนำไปสู่ภาวะ Stagflation ดังนั้น จึงได้แนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบ่งตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุน ดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ: เน้นการถือเงินสดเพิ่มขึ้น และลดสัดส่วนหุ้นที่อ่อนไหวสูงต่อต้นทุนพลังงาน มีฐานลูกค้าตะวันออกกลาง หรือได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อน อาทิ หุ้นปิโตรเคมี สายการบิน ยานยนต์ โรงไฟฟ้า SPP อิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว และโรงพยาบาลระดับบน พร้อมทั้งทำ Strategic Hedging ด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้น เช่น PTTEP โดยตั้งจุด Trailing Stop หรือจุดล็อคกำไรไว้เสมอ
  • สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง: แนะนำให้ทำ Selective Buy โดยแบ่งไม้สะสม (No Single Entry) ที่แนวรับสำคัญ 1320-1350/1275/1100 โดยเน้น 3 ธีมหลัก ได้แก่
    1. หุ้น High Dividend: เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตลงทุนระยะสั้น โดยเลือกหุ้นที่จ่ายเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ให้ Div. Yield เกิน 5% และมีราคาหุ้นผันผวนต่ำ พร้อมฐานะการเงินมั่นคง เช่น KTB, KTC, KBANK, KKP, TISCO, BAM, AP, TLI
    2. หุ้น High Pricing Power: ซึ่งสามารถส่งผ่านต้นทุนหรือปรับราคาขายให้กับลูกค้าได้เร็ว เพราะเป็นสินค้าจำเป็นหรือมีคู่แข่งน้อยราย เช่น ADVANC, TRUE, CPALL, CPAXT, BJC, BEM, CHG, BCH, PTTEP
    3. หุ้นส่งออก: ที่ได้อานิสงส์จากบาทอ่อนค่า หรือมาตรการภาษีศุลกากรชั่วคราวของสหรัฐลดลงเหลือ 10% จากเดิม 19% เช่น TU, ITC, DELTA, HANA

Trading Idea และ Daily Top Picks

สำหรับแนวทางการเก็งกำไร InnovestX แนะนำหุ้นที่คาดได้รับอานิสงส์จากการขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL, KTB, KBANK), กลุ่มสื่อสาร (ADVANC, TRUE), กลุ่มพลังงาน (PTT), กลุ่มรับเหมา (STECON, CK) รวมถึงกลุ่มพลังงานทางเลือกอย่างไบโอดีเซล เอทานอล ปาล์ม (BBGI, GGC, UBE, UVAN, VPO, CPI)

ส่วน Daily Top Picks ได้แก่

  • GULF: มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากสงครามตะวันออกกลางที่เริ่มเห็นสัญญาณผ่อนคลาย ทำให้ราคาเชื้อเพลิง LNG และ Bond Yield เริ่มปรับลงและบาทเริ่มแข็งค่า รวมถึงความคาดหวังจากรัฐบาลใหม่ที่จะเดินหน้ามาตรการ Direct PPA และ PDP2026 ผลประกอบการปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เป้าหมายระยะสั้นที่ 56.50 บาท
  • DELTA: มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการฟื้นตัวของกลุ่มหุ้นเทคฯ โลก หลังสงครามตะวันออกกลางเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลาย ผลประกอบการปี 2569 จะมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับ AI ที่คาดเติบโตเลขสองหลัก และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Liquid Cooling ในครึ่งหลังของปี 2569 เป้าหมายระยะสั้นที่ 269 บาท

เนื้อหานี้คัดสรรมาสำหรับคุณ โดย Blue Dot เพื่อให้ข้อมูลการลงทุนที่มีคุณภาพและทันสถานการณ์