ตลาดหุ้นเอเชียร่วงหนัก หลังทรัมป์ขู่โจมตีอิหร่าน หากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเผชิญกับภาวะตกต่ำอย่างรวดเร็วในวันนี้ (23 มีนาคม 2569) หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศเตือนอิหร่านให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านหากไม่ปฏิบัติตามคำขาด
ผลกระทบต่อดัชนีหุ้นหลักในเอเชีย
รายงานจากสำนักข่าวอัลจาซีราระบุว่า ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่น และ KOSPI ของเกาหลีใต้ ร่วงลงสูงถึงร้อยละ 4-4.5 ตามลำดับ ในช่วงต้นของการซื้อขายเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ส่วนดัชนี Hang Seng ของฮ่องกง ร่วงลงประมาณร้อยละ 2 ขณะที่ดัชนี ASX 200 ของออสเตรเลียลดลงร้อยละ 1.6 และดัชนี NZX 50 ของนิวซีแลนด์ลดลงร้อยละ 1.3
ความผันผวนในตลาดสหรัฐและราคาน้ำมัน
นอกจากนี้ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าในวอลล์สตรีท ซึ่งซื้อขายนอกเวลาทำการปกติของตลาด ปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยสัญญาที่เชื่อมโยงกับ S&P500 และ Nasdaq Composite ลดลงประมาณร้อยละ 0.5 ส่วนราคาน้ำมันยังคงผันผวนท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานทั่วโลกเพิ่มเติม โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าร้อยละ 1.5 ไปแตะระดับ 114 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะอ่อนตัวลงเหลือประมาณ 112 ดอลลาร์ ณ เวลา 02:00 GMT
ภูมิหลังของวิกฤตการณ์
สืบเนื่องจากเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (21 มีนาคม 2569) ทรัมป์ได้ขู่ว่าจะ "ทำลาย" โรงไฟฟ้าของอิหร่านภายใน 48 ชั่วโมง หากอิหร่านไม่ยุติการปิดล้อมช่องแคบอิหร่าน ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติประมาณ 1 ใน 5 ของโลก โดยทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านทาง Truth Social กำหนดเส้นตายสำหรับคำขาดของเขาจะหมดอายุในเวลา 23:44 GMT ของวันจันทร์ (ตรงกับ 06.44 น. วันที่ 24 มีนาคม ตามเวลาประเทศไทย)
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของตลาดการเงินและพลังงานโลก โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าหากวิกฤตการณ์ยืดเยื้อ อาจนำไปสู่ความผันผวนที่รุนแรงยิ่งขึ้นในอนาคต



