ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในวันนี้ โดยดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดที่ระดับ 1,320 จุด ลดลง 25 จุด หรือคิดเป็นร้อยละ 1.86 โดยมีปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่นกว่า 80,000 ล้านบาท นักลงทุนต่างเทขายหุ้นออกมาอย่างหนัก เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐที่อาจชะลอตัวลง ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงตาม
ปัจจัยกดดันจากต่างประเทศ
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงสอดคล้องกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย โดยมีปัจจัยลบจากภายนอกประเทศเป็นหลัก หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ส่งสัญญาณว่าอาจชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมายังคงแข็งแกร่ง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น และดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ทำให้นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทย
แรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุว่า วันนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยกว่า 3,000 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิเล็กน้อย ส่วนนักลงทุนรายย่อยยังคงซื้อขายสุทธิเล็กน้อยเช่นกัน นักวิเคราะห์มองว่าแรงขายของต่างชาติยังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญในระยะสั้น เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยของเฟด
แนวโน้มตลาดในระยะสั้น
นายวีระวัฒน์กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีความผันผวนสูงในระยะสั้น โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1,300 จุด และแนวต้านที่ 1,340 จุด ปัจจัยที่ต้องติดตามคือการประชุมเฟดในเดือนหน้า รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ เช่น ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และดัชนีราคาผู้บริโภค นอกจากนี้ยังต้องจับตาสถานการณ์ในประเทศ โดยเฉพาะการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะสะสมหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีเมื่อตลาดปรับตัวลง โดยเน้นหุ้นในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการบริโภคในประเทศ เช่น กลุ่มค้าปลีก กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงกลุ่มโรงพยาบาล เนื่องจากมีแนวโน้มการเติบโตที่มั่นคง



