ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 7.32 จุด หลังนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 1,400 ล้านบาท
ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 7.32 จุด นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,400 ล้าน

ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 7.32 จุด หลังนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 1,400 ล้านบาท

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดการซื้อขายในวันนี้ที่ระดับ 1,391.50 จุด เพิ่มขึ้น 7.32 จุด หรือคิดเป็นร้อยละ 0.53% จากวันก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากกระแสเงินทุนไหลเข้าจากนักลงทุนต่างชาติที่กลับมาซื้อสุทธิเป็นจำนวนเงินกว่า 1,400 ล้านบาท หลังจากที่เคยขายสุทธิในหลายช่วงก่อนหน้านี้

ปัจจัยหนุนการปรับตัวขึ้นของ SET Index

การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยในวันนี้ได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย ซึ่งประกอบด้วย:

  • การกลับมาซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ ที่มีมูลค่าสูงถึง 1,400 ล้านบาท ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นในตลาด
  • ภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มฟื้นตัว หลังความกังวลเรื่องเงินเฟ้อเริ่มคลี่คลายลงในบางประเทศ
  • ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ที่ออกมาในทิศทางที่ดีกว่าคาดการณ์ในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ กลุ่มหุ้นที่แสดงผลงานโดดเด่นในวันนี้ ได้แก่ กลุ่มพลังงาน และ กลุ่มธนาคาร ซึ่งมีส่วนช่วยให้ดัชนีปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยปริมาณการซื้อขายรวมอยู่ที่ประมาณ 45,000 ล้านบาท แสดงถึงความสนใจของนักลงทุนที่ยังคงมีอยู่แม้ในสภาวะผันผวน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวโน้มและความท้าทายในอนาคต

แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะปิดบวกในวันนี้ แต่ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เช่น:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. ความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
  2. ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
  3. ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ ที่ยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านอัตราเงินเฟ้อและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีศักยภาพในการเติบโต ในระยะกลางถึงยาว จากการที่มูลค่าหุ้นบางส่วนยังอยู่ในระดับที่ดึงดูดการลงทุน และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้นในไตรมาสต่อๆ ไป

สำหรับนักลงทุนรายย่อย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ กระจายความเสี่ยงในการลงทุน และติดตามข่าวสารเศรษฐกิจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตัดสินใจลงทุนได้อย่างเหมาะสมกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป