ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 5.68 จุด หลังแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงาน
ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 5.68 จุด หลังแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มธนาคาร

ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 5.68 จุด หลังแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงาน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดการซื้อขายในวันนี้ที่ระดับ 1,380.12 จุด ลดลง 5.68 จุด หรือคิดเป็น 0.41% โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวมอยู่ที่ประมาณ 45,000 ล้านบาท สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงแรงกดดันที่ยังคงมีอยู่จากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ

แรงขายหนุนหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงานร่วงหนัก

ตลาดหุ้นไทยในวันนี้เผชิญกับแรงขายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีน้ำหนักต่อดัชนี SET Index สูง หุ้นธนาคารหลายแห่งปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อและผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต

ในส่วนของหุ้นกลุ่มพลังงานก็เผชิญแรงขายเช่นกัน หลังจากราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มผันผวน และความไม่แน่นอนด้านอุปสงค์จากเศรษฐกิจโลกที่ยังฟื้นตัวช้า ส่งผลให้หุ้นพลังงานหลายตัวปิดตลาดในแดนลบ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปัจจัยกดดันจากเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์การเมือง

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ตลาดหุ้นไทยยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศและแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว นอกจากนี้ สถานการณ์การเมืองภายในประเทศก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่นักลงทุนจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อนโยบายเศรษฐกิจและการลงทุนในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีบางกลุ่มหุ้นที่แสดงความแข็งแกร่ง เช่น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เพื่อการลงทุนทางเลือก (MAI) ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่เพียงพอที่จะพยุงดัชนีให้กลับมาเป็นบวกได้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในระยะต่อไป

ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนแนะนำให้นักลงทุนติดตามข่าวสารเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตัวเลขการเติบโตของจีดีพีไทยและทิศทางนโยบายการเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งอาจมีผลต่อตลาดหุ้นในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกจับตา เนื่องจากอาจส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยและกระแสเงินทุนข้ามชาติ

ในภาพรวม ตลาดหุ้นไทยยังคงอยู่ในช่วงปรับฐาน และคาดว่าจะมีความผันผวนต่อเนื่อง นักลงทุนควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงและลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต