ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 5.66 จุด หลังแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงาน
ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 5.66 จุด หลังแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงาน (23.03.2026)

ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 5.66 จุด หลังแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงาน

ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายในวันนี้ที่ระดับ 1,374.34 จุด ลดลง 5.66 จุด หรือคิดเป็นร้อยละ 0.41 ภายใต้แรงกดดันจากหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงานเป็นหลัก โดยภาพรวมตลาดยังคงเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ

แรงกดดันจากหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงาน

หุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงานเป็นกลุ่มหลักที่กดดันดัชนี SET Index ให้ปรับตัวลดลงในวันนี้ หุ้นกลุ่มธนาคาร เช่น ธนาคารกรุงเทพ (BBL) และธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อและผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่ผันผวน

ในส่วนของ หุ้นกลุ่มพลังงาน เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BCP) ก็เผชิญกับแรงขายเช่นกัน หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มผันผวนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่นักลงทุนจับตา

นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปัจจัยทั้งในและต่างประเทศที่อาจส่งผลต่อตลาดหุ้นไทย

  • ปัจจัยภายในประเทศ: แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ การบริโภคภายในประเทศ และนโยบายการคลังของรัฐบาล
  • ปัจจัยต่างประเทศ: อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกา ภาวะเศรษฐกิจจีน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อการค้าโลก

นอกจากนี้ ปริมาณการซื้อขาย ในวันนี้อยู่ที่ประมาณ 45,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความระมัดระวังของนักลงทุนที่ยังคงรอดูทิศทางของตลาดก่อนตัดสินใจลงทุนเพิ่มเติม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น

ในระยะสั้น ตลาดหุ้นไทยคาดว่าจะยังคงเผชิญกับความผันผวนต่อเนื่อง โดยนักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนติดตามข่าวสารทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดและพิจารณาการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน

การลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี และมีแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในสภาวะตลาดเช่นนี้ ขณะเดียวกัน การเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน